แสดงมาแล้ว 53 วัน
จากกรณีที่พรรคพลังประชาชนประกาศเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเรื่องที่จะโดนยุบพรรค หากนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน โดนใบแดงจากคดีทุจริตซื้อเสียงนั้น
เสรี ถาม พปช.แก้รัฐธรรมนูญเพื่อใคร
ผู้สื่อข่าวรายงานจากโรงแรมอมารีออคิด รีสอร์ทแอนด์ทาวเวอร์ พัทยา จ.ชลบุรี ว่า เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 23 มี.ค. นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) กล่าวถึงความพยายามของพรรคพลังประชาชน ที่เสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญแม้จะเป็นอำนาจของรัฐสภา แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาคือประเด็นที่จะแก้ไขต้องชัดเจนว่าแก้เรื่องอะไร เพื่อใคร และมีวาระซ่อนเร้นหรือไม่ และจะขยายประเด็นมากไปกว่ามาตรานี้หรือไม่ อยากถามว่าประเด็นที่จะแก้มีปัญหามากน้อยเพียงใด หากจะแก้เพื่อให้พ้นจากการถูกยุบพรรค ก็เท่ากับทำเพื่อให้ตนเองได้ประโยชน์ จะต้องมีคนออกมาต่อต้านคัดค้าน สุดท้ายจะทำให้เกิดความวุ่นวาย จึงอยากให้ผู้เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญพิจารณาถึงผลดีผลเสียให้ดี และการอ้างความชอบธรรมว่าแก้รัฐธรรมนูญเพื่อผ่าทางตันทางการเมืองนั้น เห็นว่าไม่ใช่ทางตัน แต่เป็นเรื่องที่รัฐธรรมนูญเขียนไว้เป็นกติกาของบ้านเมืองที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น คนทำผิดมักไม่ยอมรับผิด แต่กลับไปโทษรัฐธรรมนูญว่ามีปัญหา คนที่ทำผิดไม่ได้ว่าตัวเองเลย แต่จะโยนให้รัฐธรรมนูญมีข้อบกพร่องและผิดพลาดตลอด
เรื่องการยุบพรรคไม่ใช่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ
นายเสรีกล่าวว่า การยุบพรรคเป็นกติกาที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญเพื่อหวังให้บ้านเมืองดีขึ้น เอาไว้แก้ ปัญหาคนที่ทำตัวไม่ดี ดังนั้น ถ้าไม่ได้ทำผิดกฎหมายก็ไม่ต้องกลัวอะไร จะยุบหรือไม่ยุบเป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่จะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ ยังต้องมีกระบวนการอีกมาก อย่าทำเป็นกระต่ายตื่นตูม คดีใบแดงของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็คงไม่ได้ข้อยุติในเร็ววันนี้ เพราะอ้างพยานถึง 50 ปาก ไม่รู้ว่าอีก 4 ปี จะไต่สวนเสร็จหรือไม่ เจตนารมณ์ที่ ส.ส.ร.กำหนดมาตรการเอาผิดหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคไว้รุนแรงถึงขั้นมีผลยุบพรรค ก็เพราะเห็นว่ากลไกของ กกต.ยังไม่ประสบความสำเร็จ ยังมีการซื้อเสียงเลือกตั้ง มีการ แทรกแซงการทำงานของ กกต. จึงต้องควบคุมต้นตอของปัญหาคือแกนนำพรรค ที่เป็นพวกหัวหน้าก๊วนหรือแก๊งในพรรค ล้วนนั่งอยู่ในตำแหน่งผู้บริหารพรรค ต้องระมัดระวังและควบคุมพฤติกรรมของตนเองและลูกพรรคไม่ให้ ไปกระทำผิด หากกรรมการบริหารพรรคเป็นผู้กระทำผิดเสียเอง หรือรู้ว่าสมาชิกของพรรคไปทำผิด แต่ละเลยเพิกเฉยไม่ควบคุมดูแลก็ต้องถูกยุบพรรค ถือเป็นการให้ยาแรงเพื่อแก้ปัญหาทุจริตเลือกตั้ง
ชุมพล เผยเคยเตือน บรรหาร แล้ว
นายชุมพล ศิลปอาชา อดีต ส.ว.กทม. กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ง่าย ต้องทำให้เป็นผลประโยชน์ต่อส่วนรวมมากที่สุด รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีจุดบกพร่องหลายส่วน ไม่ได้เป็นการพัฒนาต่อระบอบประชาธิปไตย จะทำให้การเมืองไทยเกิดทางตัน ได้คุยกับนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ตั้งแต่เริ่มร่างรัฐธรรมนูญแล้ว พอเสร็จออกมาเป็นรูปร่างก็เห็นว่าไม่เป็นผลดีกับประเทศแน่ เพราะการยุบพรรคการเมืองได้ง่ายจะส่งผลให้เศรษฐกิจ การเมืองและระบบต่างๆของประเทศสูญเสียความมั่นคง สำหรับมาตรา 237 ในวรรคสอง ที่กำหนดว่า หากกรรมการบริหารพรรคและพรรคการเมืองมีส่วนรู้เห็นการกระทำผิดหรือทราบแต่ไม่ตักเตือน จะต้องร่วมกันรับผิดชอบ แต่ถ้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคไม่ได้รู้เห็นด้วยจะมาเอาผิดไม่ได้ จึงอยากฝากเตือนไปยัง กกต.ด้วยว่า องค์กรนี้มีอำนาจวินิจฉัยแค่ความผิด แต่ไม่ได้มีอำนาจเป็นศาลที่จะวินิจฉัยว่าจะต้องรับโทษอย่างไร
ขอร้องอย่าแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตัวเอง
นายชุมพลกล่าวต่อว่า พรรคที่โดนยุบไม่ใช่เฉพาะพรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาฯหรือพรรคพลังประชาชน พรรคประชาธิปัตย์เองก็อาจโดนต่อไปในวันข้างหน้าเหมือนกัน ไม่มีกฎหมายประเทศใดในโลกที่เขียนให้พรรคการเมืองถูกยุบง่ายดายแบบนี้ ในต่างประเทศไม่มีกฎหรือ พ.ร.บ. พรรคการเมืองด้วยซ้ำ เรื่องนี้จึงเป็นปัญหาจริงๆ ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน ถ้าปล่อยให้ยืดเยื้อยาวนานผลเสียจะตกกับ ประเทศมากมายมหาศาล ประเด็นไหนที่ผิดตนก็ว่าไปตามผิด ประเด็นไหนถูกก็ต้องบอกว่าถูก แต่ถ้าพรรคพลังประชาชนจะแก้รัฐธรรมนูญ เพราะมาตรานี้เพียงมาตราเดียวโดยใช้เสียงข้างมากในสภาคงไม่ได้ ควรตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษารวบรวมประเด็นว่าส่วนใดมีปัญหาในส่วนใดบ้าง โดยระดมความเห็นจากรัฐบาล นักวิชาการ องค์กรภาคประชาชนอย่างรอบด้าน ไม่เช่นนั้นจะถูกคัดค้านจากภาคประชาชนได้ โดยส่วนตัวที่ได้ศึกษารัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ พบว่ามีจุดบกพร่องหลายประเด็น อาทิ การกำหนดเขตเลือกตั้งแบบยกพวง ทำให้เกิดความยุ่งยาก ระบบสัดส่วนไม่ต้องแบ่งเป็นรายภาค เพราะทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกัน และมาตรา 237 กรณียุบพรรคการเมือง
รธน.แข็งเพราะหวังให้การเมืองพัฒนา
นายวุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะอดีตประธานคณะอนุกรรมาธิการยกร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าอาจจะเร็วเกินไปที่จะแก้ไขปรับปรุง เพราะยังใช้รัฐธรรมนูญเพียงบางส่วนเท่านั้น จึงอาจไม่รู้ชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญมีข้อบกพร่องมาตราใด และสมควรแก้ไขปรับปรุงแค่ไหน อย่างไรก็ดีหากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้ ก็ต้องตอบประชาชนให้ได้ว่า แก้ไขแล้วใครได้ประโยชน์ นักการเมืองหรือประชาชน
หาก ส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาลจะเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 237 ก็สามารถทำได้ แต่ต้องไม่ลืมว่ามาตรานี้หลักการกำหนดไว้เพื่ออะไรบ้าง เจตนาของมาตรานี้ก็เพื่อให้พรรคการเมืองมีความรับผิดชอบในการกระทำของผู้สมัครและสมาชิกพรรค เมื่อไปกระทำผิดกฎหมายก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน เป็นหลักการใหม่ที่เกิดขึ้นมาจากพัฒนาการของรัฐธรรมนูญ 2540 หวังกันว่าหลักการนี้จะทำให้มีการพัฒนาทางการเมืองไปในทิศทางที่ดีขึ้น นายวุฒิสารกล่าว
ห่วงรัฐธรรมนูญถูกแก้โดยไม่ชอบธรรม
นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า แม้พรรคพลังประชาชนบอกว่าจะรวบรวมประชาชน 50,000 ชื่อ เพื่อยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับก็ไม่ปฏิเสธ เพราะอำนาจประชาชนเป็นอำนาจดีที่สุดอยู่แล้ว แต่ถ้าจะมีการแก้ไขจากประชาชนจริงควรมีการศึกษาก่อนว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีข้อบกพร่องตรงไหน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สถาบันพระปกเกล้า สามารถรวบรวมปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ และควรมีการลงประชามติถามประชาชนอีกรอบว่า สมควรมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ และอยากเสนอว่าหากมีการแก้ไขจริงควรกำหนดไปในรัฐธรรมนูญให้ชัดเจนด้วยว่าก่อนจะแก้ไขในครั้งต่อไปควรมีการลงประชามติก่อน และจะแก้ประเด็นใด ในต่างประเทศเขาถามประชาชนก่อนทุกครั้งที่จะดำเนินการในสิ่งที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชน
นายธวัช บวรวนิชยกูร ส.ว.สรรหา ในฐานะอดีต ส.ส.ร.กล่าวว่า เจตนารมณ์ของผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 237 ก็เพื่อไม่ให้นักการเมืองทุจริตเลือกตั้ง เป็นการกำหนดบทลงโทษเพื่อป้องกันปัญหาการทุจริตตั้งแต่เริ่มต้น แต่ เมื่อนักการเมืองที่ถูกลงโทษไม่เห็นประโยชน์ในมาตรานี้ และพยายามแก้เกมโดยการเข้าชื่อเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ถือว่าน่าเป็นห่วง เพราะการรวบรวมรายชื่อประชาชน 5 หมื่นคนสำหรับพรรคการเมืองไม่ใช่เรื่องยาก แต่เชื่อว่าต้องใช้เวลาอีกมากกว่าจะเริ่มกระบวนการแก้ไขได้ คงไม่กล้าผลีผลามทำตอนนี้ เนื่องจากจะเป็นผลร้ายต่อเขาเองและประชาชนที่เห็นด้วยกับมาตรา 237 ก็คงไม่ยอมแน่
ครป.เตือนแก้ รธน.ระวังเกิดวิกฤติ
นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า การแก้ไขรัฐ-ธรรมนูญของรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคพลังประชาชน สะท้อนความเห็นแก่ตัว ยึดเอาประโยชน์ของนักการเมืองเป็นตัวตั้ง ไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการพยายามจะแก้ไขมาตรา 237 ของรัฐธรรมนูญ ที่ระบุความผิดถึงขั้นยุบพรรค ในกรณีที่กรรมการบริหารพรรคมีพฤติกรรมทุจริต ถือเป็นการนิรโทษกรรมล่วงหน้า ให้กับผู้ทุจริตเลือกตั้งและพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง ครป.คัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญ ถ้าปล่อยให้มีการแก้ไขโดยผู้มีส่วนได้เสียจะทำให้ไม่ได้รับการยอมรับ ในที่สุดอาจเกิดกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจนกลายเป็นวิกฤติรัฐธรรมนูญได้ ต้องไม่ลืมว่ารัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2550 มาจากกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย และในขั้นตอนสุดท้ายยังมีการลงประชามติจากประชาชนทั้งประเทศ หากจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องไม่ถือเอาเสียงข้างมากในสภาเท่านั้น ไม่รับผิดชอบต่อพฤติกรรมความผิดของตัวเอง
ปูดปฏิรูปช่อง 11 เอื้อพวกทักษิณ
นายสุริยะใสกล่าวอีกว่า ขณะนี้ ครป.ได้รับร้องเรียนจากพนักงานช่อง 11 ถึงกรณีที่นายสมัคร สุนทรเวช นายก รัฐมนตรี มีแนวคิดปฏิรูปสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ได้เกิดความไม่ชอบมาพากล มีการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน ในเครือข่ายระบอบทักษิณ มีนักหนังสือพิมพ์ระดับบิ๊ก 2-3 คน ที่เคยเป็นกลุ่มสื่อที่สนับสนุนระบอบทักษิณ ได้ไปตั้งบริษัทเพื่อเตรียมรับการผลิตรายการให้กับช่อง 11 นอกจากนี้ยังมีความพยายามจะยึดเอาคลื่นวิทยุของกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อไปให้กับกลุ่มบริษัทเอกชนอีกด้วย รัฐมนตรีที่รับผิดชอบควรออกมาชี้แจงให้ชัดเจนว่าข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร ครป.ไม่คัดค้านการปรับปรุงปฏิรูปช่อง 11 แต่เป้าหมายกระบวนการต้องโปร่งใส ชัดเจน ยึดกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่รวบรัดตัดตอน เอื้อประโยชน์ ทางธุรกิจให้กับพรรคพวก แต่ตอนนี้ยังไม่ขอเปิดเผยข้อมูลเอกสารที่ได้รับมา หากจำเป็นจะต้องเปิดเผยก็จะดำเนินการ และ ครป.จะติดตามการเปลี่ยนแปลงในช่อง 11 อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ช่อง 11 กลายเป็นสมบัติส่วนตัวของเอกชน เป็นเครื่องมือในการบิดเบือนข่าวสารของรัฐบาล
พันธมิตรฯ ยันชุมนุมไม่ยืดเยื้อ
เลขาธิการ ครป.กล่าวด้วยว่า ในฐานะผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ ในวันพุธที่ 26 มี.ค.นี้ กลุ่มพันธมิตรฯ จะมีการประชุมหารือกันเป็นกรณีเร่งด่วน มีเซอร์ไพรส์แน่นอน และจะจัดสัมมนาประชาชนในวันที่ 28 มี.ค.นี้ ที่หอประ-ชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อกำหนดท่าทีต่อการรื้อรัฐธรรมนูญของรัฐบาล และเพียงเพื่อสื่อสารกับประชาชน ในขณะนี้ลงตัวและพร้อมเต็มที่ โดยขอยืนยันอีกครั้งว่า ไม่ใช่การชุมนุมกดดันหรือเดินขบวนขับไล่รัฐบาล แต่ต้องการสะท้อนความไม่ชอบมาพากลในการบริหารงานของรัฐบาลให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบเท่านั้น โดยจะเป็นการจัดกิจกรรมวันเดียวให้จบ ไม่ยืดเยื้อหรือมีวาระซ่อนเร้น หลัง 23.00 น. จะยุติการชุมนุมอย่างแน่นอน
สมัคร มันปากยังด่าสื่อฯไม่เลิกรา
เช้าวันเดียวกัน นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวผ่านรายการ สนทนา ประสาสมัคร ทางสถานีวิทยุกระจายเสียง และสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 11 เครือกรมประชาสัมพันธ์ตอนหนึ่ง ว่า พูดรายการมา 6 หนแล้ว ปรากฏว่าใครต่อใครสั่งเสียกันใหญ่ บอกว่าขอไม่ให้ตำหนิ ออกความเห็นตอบโต้ หนังสือพิมพ์ แล้วจะจัดรายการนี้ทำไม จะให้เขานั่งถลุงกันข้างเดียว แล้วไม่ตอบไม่พูดเลย ไม่ช้าไม่นานก็มีปฏิวัติยึดอำนาจอีก ถ้าแบบนั้นละก็ก็เลวตามที่เขาด่าว่ากล่าว แต่ถ้าเรามีช่องทางตรงนี้จะได้อธิบายความ ก็ขอบพระคุณที่แนะนำที่ตักเตือนว่าไม่ให้พูดอะไรต่างๆ แต่ว่าเมื่อตนพูดแล้ว เขาวิพากษ์วิจารณ์กลับมา เราตำหนิ ติเตียนบ่นเขาไป เขาก็พูดจาก็ต้องทำความเข้าใจ ผู้ชมเป็นผู้ชม คนหนังสือพิมพ์เขาเป็นคนเขียนวิพากษ์วิจารณ์ วิทยุก็วิพากษ์วิจารณ์ โทรทัศน์ก็วิพากษ์วิจารณ์ แต่ปัญหาว่ามันต้องร่วมผสมผสานกัน ปล่อยให้เขาถลุงอยู่ข้างเดียว
เฉ่งยับพวกต่อต้านแก้รัฐธรรมนูญ
นายสมัครกล่าวถึงกระแสคัดค้านการประกาศแก้ รัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชาชนตอนหนึ่งว่า ที่ปรึกษาพรรคการเมืองบางพรรคพูดจาอย่างโน้นอย่างนี้ ต้องดูว่า จะแก้อะไรอย่างไร คือเหมือนไม่เห็นด้วยที่แก้ ลูกกะโล่ บอกว่าแก้ให้ผิดเป็นถูกไม่เห็นด้วย จะบอกให้ฟังที่พูดถ้าไม่โดนกับตัวเอง คนที่โดนถึงจะรู้ว่ามันเจ็บแสบอย่างไร จะบอกให้ฟังว่ามันมีเหตุผลในการดำเนินการ แต่ที่ทำกัน มาเจตนาบอกได้ชัดเลยว่าเกลียดชังคนนี้ออกรัฐธรรมนูญเพื่อให้พ่อคนนี้ตายลงไป แต่รัฐธรรมนูญออกมาแล้วดันไม่ตาย ไม่ตายก็ยังลากมาถึงป่านนี้ ถ้ากฎหมายคนสร้างเอง ถ้าเสียหายติดขัดก็ต้องแก้ แล้วชอบมาว่าเป็นพวกศรีธนญชัย คดีความเรื่องยุบพรรคไทยรักไทยก็ใช้กฎหมายมาย้อนหลัง ทำไมทำได้ แล้วทีนี้ถ้าจะทำเขาบอกกฎหมายเป็นคุณย้อนหลังได้ เป็นโทษย้อนหลังไม่ได้ รายนั้นบอกว่าเรื่องแพ่งเรื่องอาญา เรื่องยุบพรรคยุบกรรมการทำไม่ได้ เป็นเรื่องแพ่ง ตอนนั้นย้อนหลังได้เพราะเป็นเรื่องแพ่ง อย่างนี้ศรีธนญชัยไหม คนไม่เดือดร้อนเองไม่รู้ ไม่มีปัญหา บอกแล้วต้นทุนต่ำ จะฟาดฟันอย่างไรก็เอามาแล้วกัน หน้า แหลมฟันดำโผล่ออกมาเลย หาว่าเอาชาติอ้างชาติเป็นประกัน
จวกกลุ่มพันธมิตรฯตั้งป้อมหาเรื่อง
นายสมัครกล่าวว่า ยึดอำนาจมาต่างประเทศเขาหันหลังให้หมด เลิกยึดอำนาจแล้วโชคดีได้มีรัฐธรรมนูญรัฐธรรมนูญออกมาได้เลือกตั้ง กว่าจะกระเสือกกระสนก็แดกก็ดันเข้ามา แทบตายเลยกว่าจะได้มา 233 เสียงอียูหันหลังให้ อเมริกาก็หันหลังให้ เขาไม่คบค้าสมาคมด้วย จีนหันข้าง ญี่ปุ่นหันข้าง เลือกตั้งได้รัฐบาลมาแล้วเขาหันหน้ามา วันที่ 24 มี.ค.นี้ไปเวียดนาม หมดอาเซียนไปญี่ปุ่น จีน ยุโรป อเมริกา ไปพูดให้เขาเข้าใจบัดนี้ปกติ แล้ว แต่ตอนนี้ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รมว.คลัง จะไปเจรจา สัญญาไปไม่ได้แล้ว เพราะฝรั่งถามพรรคจะถูกยุบไม่ถูกยุบ ตั้งป้อมอีกแล้ว วันที่ 28 มี.ค. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สถานที่ บริหารมาได้เดือนครึ่งเท่านั้น หาว่าผมจะตั้ง รัฐตำรวจ ระบอบทักษิณกลับมา กระโดกกระเดกล้มลุก คลุกคลานแทบจะโงหัวไม่ขึ้น พอจะตั้งตัวได้ก็เอาอีกแล้ว จะกี่หัวกี่หาง 1, 2, 3, 4, 5 ว่ากันไป คนของพรรค การเมืองไปร่วม หัวหน้าพรรคเขารับรองแล้ว บอกว่ามี สิทธิ แต่ของผมไม่มีสิทธิ ส.ส.อยู่สมุทรปราการ ผมต้อง ออกปากไว้ทางโทรทัศน์เลย อย่าออกไป อย่าออกไปเป็น เหยื่อ ไปเป็นเครื่องมือของเขา ไม่ได้หน้าตาอะไรหรอก ดูว่าจะออกโรงกันเท่าไรจะทำอย่างไร คนทั้งบ้านทั้งเมืองจะเห็นไหมว่า ตกลงใครดี ใครเลว ใครทำอะไรเสียหาย เห็นไหม หรือว่าถ้าปฏิวัติยึดอำนาจทำได้ แต่ว่าประชาธิปไตยเลือกตั้งมา มีคนทักท้วงมาว่าทำไม่ได้
อ้างไม่ทำประชามติเพราะเปลืองงบฯ
นายสมัครกล่าวอีกว่า ก็ลืมไปว่าอ่านหนังสือพิมพ์ เมื่อเช้า ท่านที่ปรึกษาพรรคการเมืองพรรคหนึ่งท่านบอก พูดมาเลยสิ เก่งจริงพูดมาทำไมมือที่มองไม่เห็น พูดมาเลย ขอประทานโทษ ผมไม่เก่งครับ แต่ผมบอกได้เลยว่า คนทั้งบ้านทั้งเมืองเขารู้ไอ้มือนี้เป็นอย่างไร ท่านไม่รู้คนเดียว ก็เชิญไปคนเดียวแล้วกัน แต่เขาบอกเก่งจริงบอกมาเลย พูดแล้วต้องบอกมาว่าคือใคร อย่างไร ต้องขอประทานโทษจริงๆ ผมไม่เก่ง แต่ว่าที่รู้คือทั้งบ้านทั้งเมืองเขารู้ว่าคือใคร ท่านเชยอยู่คนเดียวไม่รู้
นายสมัครกล่าวว่า ใจอยากจะแก้รัฐธรรมนูญทั้ง หมด แต่ว่าอยากจะให้มันเร็ว จะแก้มาตราที่มีปัญหา เอารัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 มาประกบ แล้วอะไรที่ปี 40 ไม่ดีก็ถอดออกไป อะไรที่ปี 40 ดีก็ทิ้งไว้ แล้วอะไรต้อง การเติมก็เติมเข้ามา อย่างนี้ก็คงง่าย นี่เป็นแนวความคิดของตน อย่างไรก็ตาม แต่เกรงใจนางสดศรี สัตยธรรม กกต. จริงๆ เรื่องแก้รัฐธรรมนูญต้องถามเลย ลงประชามติกันว่าแก้ ไม่แก้ ใช้งบฯ 2 พันล้าน ก็ไม่กล้าจริงๆ ถ้าลงประ-ชามติได้เสียสัก 500 ล้าน จะเอาเลย ลงประชามติว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้หรือไม่แก้ ถ้าเสียงส่วนใหญ่บอกไม่แก้ ก็ไม่ต้องแก้ ถ้าส่วนใหญ่แก้ก็แก้เลย ประชามติต้องใช้ลำดับอย่างนี้ แต่ว่าอย่างไรก็ไม่เสนอ เพราะ 2 พันล้าน เกินเหตุ
นพดล มั่นใจพลังประชาชนไม่โดนยุบ
นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่พรรคพลังประชาชนอาจจะโดนพิจารณายุบพรรคว่า นักธุรกิจสหรัฐอเมริกาได้ถามถึงเรื่องความมั่นคงทาง การเมืองของไทย ระหว่างที่ตนไปเยือนสหรัฐฯ วันที่ 19-20 มี.ค. ตนก็บอกไปว่าไม่น่ามีปัญหา เพราะโดยหลักแล้วพรรคคงไม่ถูกยุบ เรามั่นใจว่านายยงยุทธไม่ได้ไปทำอะไรผิดตามที่ถูกกล่าวหา สามารถชี้แจงได้ในศาลฎีกาแต่หากสมมุติศาลตัดสินว่านายยงยุทธผิด ก็เป็นเรื่องส่วน บุคคลไม่ใช่เรื่องของพรรค เพราะพรรคมีคำสั่งห้ามแล้ว กรรมการบริษัทผิดจะมายุบบริษัทได้อย่างไร ฉันใดกรรม-การบริหารพรรคผิดจะมายุบพรรคฉันนั้น ไม่น่าจะเกิดขึ้น การรับผิดชอบในการกระทำของคนอื่นเราตีความขยายแบบครอบจักรวาลไม่ได้ ไม่เช่นนั้นถ้าลูกเรียนช่างกลไป ตีหัวชาวบ้านพ่อจะต้องเข้าคุกด้วยก็ไม่ได้ บริษัทที่ลูกจ้างไปทำละเมิดโดยไม่อยู่ในทางการที่จ้าง บริษัทก็รับผิดชอบไม่ได้ ดังนั้น เป็นเรื่องหนึ่งที่เราต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเร่งด่วนจะปล่อยให้ความไม่มั่นคงทางการเมืองในประเทศไทยเป็นอุปสรรคให้นักลงทุนเหินห่างหนีหายไปไม่ได้เด็ดขาด คนบางกลุ่มที่ร่างรัฐธรรมนูญมาเพียงเพื่อ จะทำให้ฝ่ายบริหารอ่อนแอเป็นความคิดที่ผิดอย่างมหันต์ พวกนี้คือคนที่ทำร้ายประเทศโดยไม่รู้ตัว
เหน็บคนจ้องยุบพรรคพวกกบในกะลา
นายนพดลกล่าวต่อว่า ในต่างประเทศ อดีตประธานาธิบดีบางคนถูกปลด ไม่เห็นไปกระทบพรรคเลย แต่ บ้านเรากรรมการบริหารคนเดียวแค่ถูกกล่าวหา ยังไม่ได้ พิสูจน์ด้วยซ้ำ และการที่อ้างว่าการกระทำของนายยงยุทธ เป็นการช่วยพรรคทางอ้อม หากมีใครบ้าคนหนึ่งไปอ้างว่าไปซื้อเสียงให้สัก 15 ล้านบาท แล้วมายุบพรรคมันก็ คุ้ม แต่เรื่องเหล่านี้เราไม่ทำ เราระมัดระวังอย่างยิ่งเพราะ ในอดีตพรรคไทยรักไทยก็ถูกยุบมาแล้วทุกฝ่ายจ้องเราอยู่ ตนว่าอย่าใช้กระบวนการทางกฎหมายเพียงเพื่อที่จะมาแก้ไขปัญหาทางการเมือง อย่าใช้นิติศาสตร์มาแก้ไขทางรัฐศาสตร์มันจะเกิดความโกลาหล และที่น่าเสียดายคือคนที่พยายามสร้างความอ่อนแอให้พรรคการเมือง หรือการเมืองคือคนที่ทำลายโอกาสของประเทศโดยไม่ รู้ตัว ต้องดูรายการกบนอกกะลาแล้วจะฉลาด ออกนอก กะลาไปดูต่างประเทศบ้าง นักลงทุนเขาดูแผนที่โลกพอมาดูไทยเขาจะมาทำไม ถ้ายังสร้างปัญหาความมั่นคงทางการเมืองอยู่
ชี้มีอำนาจแฝงในรัฐธรรมนูญ 50
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ามีการตั้งธงไว้ว่าจะต้องยุบ พปช. ให้ได้ นายนพดลตอบว่า ไม่ทราบและไม่มีหลักฐานว่า มีธงอย่างนี้หรือไม่ ถ้าสมมติว่ามีธงให้ยุบพรรคเราก็จะต้องฟันธง เราต้องพิสูจน์ว่าพรรคหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องไม่ได้ดำเนินการตามข้อกล่าวหา ต้องไปต่อสู้ที่ศาลฎีกา และถ้าสมมติว่ามีการดำเนินการจริงก็ต้องไปต่อสู้ที่ศาลรัฐธรรมนูญในขั้นที่ 2 เราฟันธงในเชิงกฎหมาย ธงมีไว้ทำอะไรที่มันเป็นเกียรติ แต่ถ้าธงที่ไปทำอะไรไม่ดีก็ไม่ควรมี อำนาจแฝงของรัฐธรรมนูญไม่ควรมี เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่ามีการเตรียมความพร้อมในการตั้งพรรค การเมืองรองรับไว้แล้ว นายนพดลตอบว่า ไม่มี คนที่ไปแสดงความเห็นว่า ควรยุบสภาหนีเรื่องยุบพรรค ก็เป็นความเห็นส่วนตัว และเป็นความเห็นที่น่าเสียดายไม่ควรไปแสดง เราไม่เคยตั้งพรรคสำรอง เพราะมั่นใจว่า พปช.จะอยู่คู่กับประชาชนต่อไป
พปช.ไม่ขัด ปชช.เข้าชื่อแก้ รธน.
นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีที่พรรคจะนัดหารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 25 มี.ค. ว่า จะเป็นการคุยกันในภาพรวมว่า จะแก้ไขกันอย่างไร กี่มาตราและมาตราใดบ้าง รวมถึงจะใช้ช่องทางใดในการแก้ไข เบื้องต้นน่าจะใช้ช่องทางการเข้าชื่อกันของ ส.ส.และ ส.ว.เสนอให้แก้ไข อย่างไรก็ตาม หากประชาชน 50,000 คน จะเข้าชื่อกันเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยก็ไม่ขัดข้อง ทั้งนี้ หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 อย่างเดียว หรือแก้ไขเพียงไม่กี่มาตรา คงใช้เวลาดำเนินการไม่นาน แต่จะไม่เน้นว่าจะต้องแก้ไขให้เสร็จก่อนที่ ศาลฎีกาจะมีคำพิพากษาคดียุบพรรคออกมา แต่ถ้าทำได้เสร็จก่อนก็เป็นเรื่องดี ส่วนเรื่องการหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน จะเป็นผู้ดำเนินการประสานกับพรรคร่วมรัฐบาล
โวย รธน.จ้องทำลายพรรคการเมือง
ผู้สื่อข่าวถามว่า การเสนอขอแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ ถูก น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และพรรคประชาธิปัตย์มองว่าเป็นการ ทำเพื่อผลประโยชน์ของพวกพ้อง นายชูศักดิ์ตอบว่า ไม่ได้ แก้เพื่อตัวเอง แต่เป็นกฎหมายที่มีที่มาจากประกาศคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) มุ่งทำลายพรรคการเมือง ต้องการให้พรรคการเมืองอ่อนแอ ยุบพรรคง่าย และมุ่งตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคที่ไม่มีส่วนร่วมรู้เห็นในการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ก็ต้องโดนเหมาเข่งรวมไปด้วย อยากถามว่า ความต้องการแบบนี้มีความชอบธรรม และขัดต่อหลักนิติธรรมหรือไม่ ส่วนข้อเสนอของ พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ที่จะเสนอให้ยุบสภา เพื่อหนีการถูกยุบพรรคนั้น ยืนยันว่าพรรคไม่มีแนวคิดนี้
จาตุรนต์ โผล่หนุนแก้รัฐธรรมนูญ
ที่โรงแรมเรดิสัน นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย แถลงว่าสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่มีความเป็นประชาธิปไตย ทำให้ระบบรัฐสภาและรัฐบาลไม่เข้มแข็งและยังทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ นอกจากนั้น ควรแก้กฎหมายอื่นที่ไม่มีความเป็นประชาธิปไตย เช่น พ.ร.บ.พรรคการเมืองที่เกิดจากการยึดอำนาจ มีการวางโครงสร้างระบบไว้ และกลไกต่างๆยังคงทำงานอยู่อย่างต่อเนื่อง สำหรับแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เห็นว่า ส.ส. จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกที่มีอยู่ของทั้ง 2 สภาสามารถเข้าชื่อเสนอแก้ไขได้เลย โดยไม่ต้องรอให้ประชาชนหรือคณะรัฐมนตรีเสนอ เพราะ ส.ส.ก็ถือเป็นตัวแทนประชาชนอยู่แล้ว ทั้งนี้ ควรใช้รัฐธรรมนูญ 2540 เป็นหลักมาปรับแก้ข้อเสีย หรือถ้ารัฐธรรมนูญ 2550 มีข้อดีตรงไหนก็นำมาบรรจุไว้ก็จะทำให้ดำเนินการได้เร็วขึ้น หรือหากมีมาตราใดจำเป็นเร่งด่วนก็สามารถดำเนินการควบคู่ไปกับการศึกษาเพื่อแก้ไขทั้งฉบับได้เลย
ทวงสัญญาพรรคการเมืองตอนเลือกตั้ง
นายจาตุรนต์กล่าวว่า หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญทำทั้งฉบับ ก็ต้องทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นประชาชน แต่ไม่ควรใช้เวลานานเกินไป ส่วนตัวคาดว่าอาจใช้เวลาดำเนินการเป็นปี ทั้งนี้ ส่วนตัวขอทวงสัญญาประชาคมที่พรรคการเมืองต่างๆได้ให้ต่อประชาชน เมื่อครั้งหาเสียงเลือกตั้ง และการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ บางพรรคที่เห็นชอบขณะนั้นก็ได้บอกว่ารับร่างรัฐธรรมนูญไปก่อน แล้วค่อยแก้ไขภายหลัง ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะทำให้พรรคการเมืองหลุดคดียุบพรรคหรือไม่นั้น ไม่ทราบเพราะยังไม่ได้ศึกษาข้อกฎหมายอย่างละเอียด แต่ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอให้แก้ไขเศรษฐกิจก่อนแล้วค่อยแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะถ้าประเทศไม่เป็นประชาธิปไตยก็ยากที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจสำเร็จ อย่างไรก็ตามไม่ใช่หวังเรียกร้องนิรโทษกรรมอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน
โวยยุบพรรคเป็นผลพวงรัฐประหาร
นายจาตุรนต์กล่าวถึงกระแสข่าวการยุบพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย ว่า หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวจริงจะเป็นผลให้เกิดวิกฤติการเมือง เกิดความแตกแยกในสังคมครั้งสำคัญ ดังนั้นการจะยุบพรรคต้องพูดด้วยเหตุและผล อย่างไรก็ตามกฎหมายที่ว่าด้วยการยุบพรรคการเมืองสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เป็นประชาธิปไตยและขัดกับหลักนิติธรรมอย่างร้ายแรง ทั่วโลกไม่มีใครทำเหมือนประเทศไทยที่การยุบพรรคการเมืองเกิดขึ้นง่ายมาก และลงโทษคนทั้งองค์กรรวมทั้งประชาชนทั่วประเทศที่เป็นสมาชิกพรรคโดยที่ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการทำความผิด สาเหตุมาจากคนร่างข้อบังคับไม่เข้าใจประชาธิปไตย ไม่เชื่อถือประชาชน ส่วนจะมีใบสั่งยุบพรรคหรือมีอดีตหัวหน้าคณะปฏิวัติไปเดินสายขอเสียงสนับสนุน เพราะจะลงเล่นการเมืองจริงหรือไม่นั้นตนไม่มีข้อมูล แต่ที่เห็นชัดคือการยุบพรรคเป็นผลจากการรัฐประหารที่ต้องการกำหนดให้พรรคการเมืองบางพรรคเป็นรัฐบาล และจัดการบางพรรคบางกลุ่มให้สิ้นซาก เป็นการวางแผนมาตั้งแต่ต้น ตอนนี้เริ่มออกฤทธิ์แล้ว
ชท.รับลูกแก้ รธน.ชงตั้ง กมธ.วิสามัญ
นายเกษม สรศักดิ์เกษม รองเลขาธิการและประธานคณะกรรมการฝ่ายกฎหมาย พรรคชาติไทยกล่าวถึงกรณีที่ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ระบุว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 237 เพียงมาตราเดียวว่า ถ้าทำอย่างนั้นก็น่าเกลียดเกินไป เพราะคนจะหาว่าแก้เพื่อฝ่ายการเมืองได้ประโยชน์ เพราะหากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญก็สามารถผลักดันผ่านสภาฯได้ ทราบมาว่าทั้งทางพรรคพลังประชาชนและพรรคชาติไทย ได้มีการเสนอญัตติเพื่อขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสีย ของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 เพื่อนำไปสู่การพิจารณาแก้ไขต่อสภาฯไปแล้ว เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ขณะนี้รอเพียงทางสภาฯจะหยิบยกกรณีนี้ขึ้นมาหารือเพื่อจัดตั้งคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าว เพราะส่วนตัวเห็นว่าหากจะแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็สมควรแก้ในหลายมาตราที่เป็นปัญหาอุปสรรค อาทิ การแบ่งกลุ่มพื้นที่เป็น 8 โซน การให้สิทธิ ส.ส.ออกเสียงโดยไม่ฟังมติพรรค หรือการแก้มาตรา 237 ที่โยงถึงมาตรา 68 ซึ่งเกี่ยวกับการยุบพรรคการเมืองที่ง่ายเกินไป ต้องทำด้วยกันแบบยกพวง ที่มีมากกว่าถึง 10 ประเด็น
พ่วงบทเฉพาะกาลปล่อยแกนนำพรรค
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากแก้ไขยกพวงอาจใช้เวลานาน และไม่ทันต่อการแก้ไขปัญหาการยุบพรรคการเมืองทั้ง 3 พรรค นายเกษมตอบว่า เมื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญแล้วก็อาจจะยกประเด็นที่สำคัญขึ้นมาก่อน และลงมติให้แก้ไขเฉพาะบางมาตราไปก่อน ส่วนประเด็นอื่นก็ค่อยมาว่ากันทีหลังในเวลาที่เหมาะสมเพราะสามารถออกเป็นบทเฉพาะกาล ท้ายรัฐธรรมนูญให้มีผลบังคับย้อนหลังได้ เช่น เรื่องการยุบพรรคก็ให้ระบุไปว่า บุคคลใดที่ทำความผิดก็ให้รับผิดไปเพียงผู้เดียว กรรมการบริหารพรรคคนอื่น หรือหัวหน้าพรรคการเมืองหรือพรรคการเมือง ที่ไม่มีส่วนรู้เห็นไม่ต้องรับผิดชอบ เพราะถ้าเหมาหมดแบบนี้มันวางยากันชัดๆ เมื่อถามต่อว่า แต่ ส.ส.ร.ต้องการสร้างมาตรฐานการเมืองใหม่ ให้มีจริยธรรมทางการเมืองมากขึ้น โดยให้กรรมการบริหารพรรค มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบโดยเฉพาะในกรณีการทุจริตการเลือกตั้ง นายเกษมตอบว่า ส.ส.ร.เป็นเทวดาลอยมาจุติแล้วก็เขียน เป็นนักวิชาการเขียนตำราทั้งนั้น ไม่เคยมีส่วนลงมาปฏิบัติ เขียนมาก็ปฏิบัติจริงไม่ได้
ลูกเติ้ง จวกรัฐธรรมนูญเจ้าปัญหา
นายวราวุธ ศิลปอาชา รองเลขาธิการพรรคชาติไทย กล่าวว่า ในส่วนของพรรคชาติไทยได้ตั้งญัตติถึงปัญหาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญในหลายๆประเด็น ส่วนควรจะมีการแก้ไขในประเด็นใดบ้าง พรรคชาติไทยจะมีการหารือกันเรื่องนี้ในวันที่ 25 มี.ค.นี้ ต้องวิเคราะห์ปัญหาการใช้รัฐธรรมนูญที่ผ่านมาทั้งระบบ การเลือกตั้งที่สร้างความสับสนระหว่างผู้สมัคร ส.ส.และประชาชน ไม่รู้ว่าการเขียนรัฐธรรมนูญแบบนี้จะเขียนเพื่อใคร ส่วนที่พรรคพลังประชาชนจะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เรื่องการยุบพรรคนั้น ส่วนตัวมองว่าหากเปรียบเทียบกันพรรคการเมืองก็เหมือนกับองค์กร สามารถตั้งคำถามได้ว่าหากกรรมการบริหารพรรคคนเดียวทำผิด แล้วสมควรถูกยุบหรือไม่ หรือเปรียบเหมือนกรณีปลัดกระทรวงทำผิดคนเดียวต้องยุบกระทรวงหรือไม่ ตรงนี้กระทบมาตรฐานทางการเมือง ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่พรรคพลังประชาชนอาจจะเสนอขอให้ นิรโทษกรรมกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน นายวราวุธตอบว่า ไม่ขอออกความเห็นว่าเหมาะสมหรือ ไม่อย่างไร ต้องรอดูมติของพรรคพลังประชาชนว่าจะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างไร
หัวอกเดียวกัน ปัดข่าวตั้งพรรคใหม่
เมื่อถามถึงกระแสข่าวใบสั่งยุบพรรคชาติไทย นายวราวุธตอบว่า มีกระแสในเรื่องนี้มาตลอด ซึ่งเดิมทีก็ไม่มีใครเชื่อ แต่รูปการณ์ในขณะนี้ออกมาแปลกๆ จากการที่อนุกรรมการฯที่สอบเรื่องนี้บอกว่าไม่ยุบ แต่นายสุเมธ อุปนิสากร และ กกต.กลับมีมติอีกอย่าง และชี้มูลความผิดให้ศาลรัฐธรรมนูญ ตรงนี้ขอตั้งข้อสังเกตว่า หากไม่ฟังผลการวินิจฉัยของอนุกรรมการฯจะตั้งขึ้นมาตรวจสอบทำไม เมื่อถามว่าสุดท้ายแล้วหากมีการยุบ 3 พรรคการเมืองจริง จะมีการรวมพรรคการเมืองกันหรือไม่ เพราะมีข่าวว่าผู้ใหญ่ภายในพรรคได้หารือกันแล้วรวมทั้งมีการจดทะเบียนตั้งพรรคใหม่ นายวราวุธตอบว่า ไม่ทราบว่าผู้ใหญ่มีการพูดคุยกันหรือไม่ แต่มองว่าในอนาคตหากมีการยุบทั้ง 3 พรรคก็ถือว่าเป็นคนหัวอกเดียวกัน แต่ทุกอย่างก็เป็นเรื่องของอนาคต
ส่งคนแอบจดตั้งพรรคชาติไทยพัฒนา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา หลังกระแสข่าวการยุบพรรคชาติไทยและมัชฌิมาธิปไตย เริ่มแรงขึ้น มีกลุ่มบุคคลจำนวนหนึ่งไปขอจดแจ้งการจัดตั้ง พรรคการเมือง ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำโดยนายกฤต รัตนคามินี และ น.ส.นฤมล วงศ์คุ้มพงศ์ อาชีพทนายความ ขอเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรค ชาติไทยพัฒนา โดยส่วนใหญ่ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคมีอาชีพทนายความ นักศึกษาและประกอบกิจการส่วนตัว โดยมากมีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ใน จ.พัทลุงและสงขลา แต่ปรากฏว่าข้อบังคับพรรคไม่เป็นไปตามกฎหมายพรรคการเมืองกำหนด เจ้าหน้าที่สำนักกิจการพรรคการเมือง ของ กกต.ได้ยกคำร้องขอจดแจ้งการจัดตั้งพรรคไป ล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มบุคคลเดิมได้ยื่นเรื่องขอจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองในชื่อเดิมใหม่ต่อ กกต. เรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาเอกสารและหลักฐานประกอบ การจัดตั้งพรรคของเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการพรรคการเมือง ก่อนที่จะนำเสนอต่อประธาน กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง
เสนาะ คุมบังเหียนประชาราชต่อ
วันเดียวกัน ที่บ้านเมืองทองธานี นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช เป็นประธานประชุมใหญ่วิสามัญพรรคประชาราช ครั้งที่ 1/2551 ใช้เวลาประชุมประมาณ 2 ชั่วโมง นายเสนาะแถลงว่า ที่ประชุมมีมติตั้งกรรมการบริหารพรรคครบทั้งหมด 14 คน โดยได้เป็นหัวหน้าพรรค ต่อ แต่ไม่มีชื่อนางอุไรวรรณ เทียนทอง รมว.แรงงาน อยู่ในคณะกรรมการบริหารพรรคด้วย อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่เคยทำหน้าที่ทางการเมืองหลายรัฐธรรมนูญ อยากฝากให้ กกต.จะต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มีหลายเรื่องที่ดูแล้วออกมาให้ปฏิบัติตามแบบปัญญาอ่อน เช่น การเลือกตำแหน่ง หัวหน้าพรรคเมื่อมีผู้สมัครคนเดียวโดยไม่มีคู่แข่ง เหตุใด ต้องมาลงคะแนนเป็นการเสียเวลา
หนุน ส.ส.-ส.ว.เข้าชื่อแก้รัฐธรรมนูญ
นายเสนาะกล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 50 ว่า เมื่อได้ ส.ส. 480 คน สมาชิกวุฒิสภา 150 คน ดังนั้น น่าจะ ปรึกษาถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 2 สภา อะไรที่ไม่เหมาะสม ควรแก้ เพื่อไม่ให้ใครมาตำหนิว่าเป็นรัฐธรรมนูญเผด็จการได้มาโดยมิชอบ ดังนั้น ควรให้มีการล่ารายชื่อ ส.ส.และ ส.ว.เพื่อแก้รัฐธรรมนูญจะได้ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง แต่ไม่ใช่ แก้เฉพาะจุดนั้น เพราะอาจโดนกล่าวหาว่าแก้ เพื่อผลประโยชน์ของใคร แต่ไม่ต้องมีการทำประชามติ เพราะหากทำจะเกิดปัญหาอีก
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตกรรมการ บริหารพรรคไทยรักไทย เสนอให้นำรัฐธรรมนูญ ปี 40 มา เปรียบเทียบ นายเสนาะตอบว่า อย่าไปกำหนด อะไรที่ดี ก็นำมาใส่ สิ่งที่ไม่ดีนำออกไป อะไรที่ทำให้บ้านเมืองเสียหาย เขียนแล้วนำมาปฏิบัติไม่ได้ออกไป
ประดิษฐ์ ให้รัฐบาลห่วงปากท้อง
นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง และเลขาธิการ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่มีผู้เสนอให้ ชิงยุบสภาก่อนโดนยุบพรรคว่า พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา จะมีการประชุมพรรคกัน ในวันอังคารที่ 25 มี.ค. ที่จะถึงนี้ และจะมีการหยิบเอาประเด็นดังกล่าวเข้าไปพูดคุยกันภายใน พรรคด้วย อย่างไรก็ตาม ยังเห็นว่า ในขณะนี้ปัญหาเรื่องปากท้องของประชาชนเป็นเรื่องใหญ่ รัฐบาลที่เพิ่งเข้ามา ทำงานควรจะเร่งการแก้ไขปัญหาปากท้องเป็นหลัก ส่วนเรื่องการเมืองก็แก้ไขกันไป เพราะในวันเดียวกันนี้มีชาวนา ในหลายอำเภอของ จ.พิจิตร หลายร้อยคน เดินทางมาเรียก ร้องให้ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำทำการเกษตร ที่หลายอำเภอ ของ จ.พิจิตร อยู่นอกเขตชลประทาน รวมทั้งเรียกร้องให้ ช่วยแก้ไขราคาปุ๋ยแพง เนื่องจากพ่อค้าปุ๋ยฉวยโอกาสขึ้น ราคาปุ๋ย จึงได้เตือนว่าอย่าได้ฉวยโอกาสเอาเปรียบเกษตรกร ชาวนา อย่าค้าขายเกินกำไร
ปชป.แทงกั๊กเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ 50
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในฐานะที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองหนึ่งในระบอบประชาธิปไตย เราไม่ประสงค์ที่จะเห็นพรรคการเมืองใดต้องถูกยุบพรรคโดยไม่มีเหตุผลที่สมควร แต่ อยากให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็ง ดำรงเป็นสถาบันทางการเมือง เพื่อทำให้กระบวนการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยสามารถเดินหน้าต่อไปได้ แต่ต้องยอมรับความจริงว่าปัญหาสำคัญที่นำไปสู่การออกกฎหมาย หรือข้อบัญญัติต่างๆในรัฐธรรมนูญ รวมทั้ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง หรือว่าด้วยพรรคการเมือง กำหนดในเรื่องของการยุบพรรคเอาไว้เป็นมาตรการหนึ่ง ทั้งนี้ เหตุผลสำคัญที่สุดหากใครได้ศึกษาเจตนารมณ์ของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 คือ เจตนารมณ์ที่ต้องการป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง ดังนั้น จะเห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้ยาแรงในการเข้ามาเพื่อป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง โดยเฉพาะ การซื้อเสียง นั่นคือเหตุผลที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 237 กำหนดไว้ชัดเจน
ค้านหากแก้ไขเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า สังคมไทยทราบดีว่าการทุจริตเลือกตั้งและการซื้อเสียงนั้นคือปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดวิกฤติทางการเมือง เศรษฐกิจ และวิกฤติอื่นๆตามมา ดังนั้น สังคมไทยจึงพยายามที่จะหาวิธีการที่จะป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง ซึ่งมาตรการในเรื่องยุบพรรค ถ้าพบว่ากรรมการบริหารพรรคไปดำเนินการใดๆที่ผิดกฎหมาย ผิดรัฐธรรมนูญ ก็จะต้องให้ถือว่าเป็นการกระทำของพรรคการเมือง ถึงแม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีความประสงค์ที่อยากจะเห็นพรรคใดถูกยุบก็ตาม แต่เราเข้าใจดีว่าเมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดไว้อย่างนี้ ก็เป็นเรื่องที่พรรคการเมืองและนักการเมืองต้องระมัดระวัง พึงสังวรตัวเอง ไม่ไปประพฤติปฏิบัติอะไรที่ผิดกฎหมาย
พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่า ไม่ควรแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า หรือแก้ไขปัญหาของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือพรรคใดพรรคหนึ่ง เพราะจะกลายเป็นว่าพรรคการเมืองนั้นเข้ามาแก้ไขเพื่อประโยชน์ของตัวเอง ซึ่งไม่ถูกต้อง แต่ควรทำเพื่อส่วนรวมโดยใช้กระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนเข้ามาช่วยกำหนดว่าอยากให้รัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างไร โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าว
ยุบพรรคเพื่อแก้ไขปัญหาการซื้อเสียง
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ในส่วนที่พรรคคำนึงถึงตลอดเวลาคือ ถ้าเรามองว่ามาตรการที่อาจนำไปสู่การยุบพรรคในรัฐธรรมนูญ กำหนดมาตรการนี้ขึ้นมาเพื่อป้องกันการทุจริตเลือกตั้งที่เป็นมะเร็งร้ายทางการเมืองไทยอย่างต่อเนื่องตลอดมา ถ้านึกย้อนดูวัฏจักรทางการเมืองจะเห็นว่าต้นตอของปัญหาที่สำคัญก็คือการทุจริตเลือกตั้ง อันนำไปสู่การเข้ามาสู่อำนาจโดยไม่ถูกต้องชอบธรรม หรือทุจริต เมื่อได้อำนาจแล้วก็นำอำนาจไปทุจริตคอรัปชันแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ และเอาเงินจากการทุจริตคอรัปชันไปทุจริตเลือกตั้งด้วยการซื้อเสียง ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคร่วมรัฐบาลเห็นว่ามีใบสั่งที่ทำให้
เกิดการยุบพรรค นายองอาจตอบว่า คิดว่าถ้ารัฐบาลเห็นว่ามีคนอยู่เบื้องหลังใบสั่งใดๆ ก็ขอให้รัฐบาลรีบจัดการอย่าออกมาพูดเฉยๆ เพราะรัฐบาลมีอำนาจเต็มที่อยู่แล้ว ใครก็ตามเป็นมือที่มองไม่เห็น หรือเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการกระทำที่ไม่ถูกต้อง รัฐบาลก็มีอำนาจและมีกฎหมายที่จะดำเนินการคนนั้นได้อยู่แล้ว ขอให้อย่าพูดเฉยๆ แต่ ต้องลงมือจัดการ การออกมาพูดเฉยๆคงไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้
|