แสดงมาแล้ว 73 วัน
จากกรณีที่นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ ผวจ.สุพรรณบุรี สำรวจพบว่าพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติใน จ.สุพรรณบุรี ซึ่งมีอยู่ 2 ล้านกว่าไร่ ถูกบุกรุกไป 1 ล้านกว่าไร่ เหลือพื้นที่ป่าสมบูรณ์ 800,000 กว่าไร่ จึงออกมาเปิดโปงและจี้ให้ หน่วยงานที่ดูแลรักษาป่า เร่งแก้ไขปัญหาพื้นที่ป่าสงวนถูกบุกรุกพร้อมเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรมไปให้ด้วย จนกระทั่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องออกมาขานรับที่จะดำเนินการตามแนวทางของ จ.สุพรรณบุรี โดยอธิบดีกรมป่าไม้ได้เชิญนายสมศักย์ ผวจ. ไปพบเพื่อขอทราบแนวทางการดำเนินการก่อนจะยอมรับวิธีการแก้ไข และให้ จ.สุพรรณบุรี ดำเนินการได้ทันที จากนั้นให้นำวิธีการดำเนินการแก้ไขทั้งหมดเข้าสู่คณะกรรมการร่วมระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ และ จ.สุพรรณบุรี เพื่อนำส่งเข้า ครม.อนุมัติ ตามข่าวที่ นสพ. ไทยรัฐนำเสนอมาอย่างต่อเนื่องนั้น
ความคืบหน้าในเรื่องนี้ นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ ผวจ.สุพรรณบุรี เปิดเผยเมื่อวันที่ 11 พ.ค.ว่า ได้สั่งการให้นายวันชัย โอสุคนธ์ทิพย์ รอง ผวจ. ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมแก้ไขปัญหาป่าถูกรุก ออกไปตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนที่ อ.ด่านช้าง อีกครั้ง และหาบทสรุปกลับมา เพื่อนำเข้าสู่คณะกรรมการร่วมฯแล้วส่งต่อไปให้ ครม.พิจารณา จากการตรวจสอบครั้งล่าสุดเมื่อเร็วๆนี้ ได้พบผู้บุกรุกในเขตป่าสงวนแห่งชาติห้วยขมิ้น พุน้ำร้อน หนองหญ้าไทร เพิ่มอีก 1 ราย เนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ โดยมีการแผ้วถางป่าปลูกบ้านพักลักษณะคล้ายรีสอร์ต โรงเรือน คอกวัว ปลูกไร่สับปะรด ยางพาราและปลูกหญ้าไว้เลี้ยงวัวที่มีอยู่ 25 ตัว และยังมีการนำเอาต้นไม้ใหญ่เข้ามาปลูกเพื่อเป็นข้ออ้างว่าครอบครองมานานแล้ว จึงควบคุมตัวนางชลธิชา ศรีบุญแปลง อายุ 28 ปี ลูกจ้างดูแล นำส่ง ร.ต.ท.รุ่งเกียรติ์ นาทัย ร้อยเวร สภ.ด่านช้าง สอบสวนสาวไปให้ถึงผู้บุกรุกตัวจริงที่ทราบว่าเป็นทนายความและรับเหมาก่อสร้าง เพื่อติดตามนำตัวมาดำเนินคดีข้อหาบุกรุกแผ้วถาง ยึดถือครอบครองป่าทำประโยชน์อยู่อาศัย อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนโดยไม่ได้รับอนุญาต
นายสมศักย์เปิดเผยอีกว่า คณะทำงานได้สรุปผลการดำเนินการมาแล้ว โดยจะดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดกับผู้ที่บุกรุกพื้นที่ป่าโซนเอ ซึ่งเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ 10 ราย รวม 11 แปลง เคลื่อนย้ายผู้ที่บุกรุกป่าโซนบี ที่สามารถฟื้นฟูกลับสู่สภาพป่าสมบูรณ์ได้ออกไปจากพื้นที่ป่า โดยจัดที่รองรับให้ใหม่ในเขตที่เป็น สปก. ทั้ง 10 ราย จำนวน 10 แปลง เคลื่อนย้ายผู้ที่บุกรุกป่าโซนซี ซึ่งอยู่เป็นชุมชนขนาดเล็ก โดยกลุ่มนี้มีอยู่ 6 ราย 6 แปลง จะจัดพื้นที่ สปก.ให้ พร้อมกับชดเชยค่ารื้อถอนให้ด้วย จากนั้นจะนำพื้นที่ป่าทั้ง 3 โซน กลับมาฟื้นฟูให้คืนสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ต่อไป ขณะนี้สามารถนำพื้นที่ป่าสงวนฯกลับมาได้ประมาณ 400 ไร่แล้ว
สำหรับพื้นที่โซนซี ที่หมดสภาพป่าถาวรและกลายเป็นชุมชนเมืองไปแล้วนั้น นายสมศักย์กล่าวว่า จะให้กรมป่าไม้ดำเนินการเพิกถอนสภาพป่าสงวนเพื่อมอบสิทธิการครอบครองให้กับราษฎร สำหรับราษฎรที่ถูกเคลื่อนย้ายออกจากป่าไปอยู่ในพื้นที่ซึ่ง สปก.จัดสรรให้ใหม่นี้ จะจัดส่งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆเข้าไปให้ความช่วยเหลือในการเพาะปลูก โดยศูนย์เพาะเนื้อเยื่อจะเป็นผู้ถ่ายทอดทางวิชาการให้ และเกษตรอำเภอจะนำเอาเมล็ดพันธุ์เข้าไปมอบให้ ในส่วนของ สปก.จะออกเอกสารสิทธิให้และสามารถนำเอกสารสิทธิไปทำนิติกรรมกับสถาบันการเงินได้ในลักษณะการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน
ผมจะรีบนำแผนการดำเนินการทั้งหมดนี้เข้าสู่ คณะกรรมการร่วมระหว่างกระทรวงทรัพยากรฯกับ จ.สุพรรณบุรี เพื่อนำเสนอต่อให้ ครม.พิจารณาอนุมัติ คาดว่าจะสามารถดำเนินการตามแผนงานได้ เพราะทั้งกระทรวงทรัพยากรฯและกรมป่าไม้เองก็เห็นด้วยในหลักการนี้แล้ว เนื่องจากเป็นหลักการที่ราษฎรพอใจ ทางราชการก็สามารถรักษาป่าที่อุดมสมบูรณ์เอาไว้ได้ โดยผมจะจัดสรรงบประมาณจากงบยุทธศาสตร์ของจังหวัดมาช่วยด้วยส่วนหนึ่ง ในการดูแลรักษาป่าอย่างต่อเนื่องตลอดไป และการดำเนินการครั้งนี้จะเป็นโครงการนำร่องเพื่อรักษาผืนป่าอื่นๆต่อไปในอนาคตด้วย ผวจ.สุพรรณบุรีกล่าว
|