แสดงมาแล้ว 72 วัน
หลังจากที่นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย แสดงอาการไม่พอใจท่าทีของพรรคพลังประชาชนที่ส่งข้อความทางโทรศัพท์นัดประชุมพิเศษ เพื่อเลือก ประธานสภาผู้แทนราษฎรและได้ประกาศจะโนโหวตนั้น สุดท้ายนายบรรหารก็พลิกท่าทียอมให้ ส.ส.ของพรรคใช้ สิทธิฟรีโหวตในการเลือกประธานสภาฯ
วิปรัฐบาลล็อบบี้เสียงหนุน ชัย
เมื่อวันที่ 12 พ.ค. เวลา 08.00 น. ที่รัฐสภา ได้มี การประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) โดยมีนายชัย ชิดชอบ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ในฐานะประธานวิปรัฐบาล เป็นประธาน ซึ่งตัวแทนของพรรคร่วมรัฐบาลที่มีวิปเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ภายหลังการประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง นายชัยแถลงว่า ปัญหาของพรรคชาติไทยที่งดออกเสียงไม่มีอะไร เพราะขณะนี้ผู้ใหญ่ทั้ง 2 พรรค กำลังหารือกันอยู่ เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ การโหวตเลือกประธานสภาฯอาจมีเสียงแตก นายชัยตอบว่าเชื่อว่าไม่มีเสียงแตก เพราะที่ประชุมได้ขอความร่วมมือให้พรรคร่วมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เชื่อว่า พรรคร่วมรัฐบาลมีมารยาททางการเมือง เมื่อถามว่าท่าทีนายบรรหารที่แสดงความไม่พอใจ นายชัยตอบว่า ไม่มีอะไร ตนเคารพนายบรรหาร และนายบรรหารมีนิสัยนิ่มนวล เข้าใจเหตุผล เป็นผู้ใหญ่ไม่ใช่เด็ก ไม่ตัดสินใจอะไรที่ไม่มีเหตุผล หรือทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า
ฝากขอโทษ บรรหาร ผ่านลูกชาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมวิปรัฐบาล นาย วราวุธ ศิลปอาชา ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทย ได้กล่าวตำหนิพรรคพลังประชาชนว่า ทำเหมือนไม่ให้เกียรติกัน เพราะไม่บอกกล่าวกัน และให้นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช. คมนาคม ที่เป็นตัวเล็ก มาประสานงานเรียกประชุมสภาฯเป็นการด่วน เพื่อเลือกประธานสภาฯคนใหม่ ทำให้นายชัย ได้ฝากนายวราวุธขอโทษไปยังนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้า พรรคชาติไทยด้วย เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วนทำให้ขั้นตอนการติดต่อที่เป็นอย่างฉุกละหุก ไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่ ควรจะเป็น เรื่องนี้มีอะไรยังคุยกันได้ เพราะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลร่วมหัวจมท้ายกัน
สมัคร ยอมโทร.ง้อ บรรหาร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมร่วมของวิปรัฐบาล ส.ส.พรรคชาติไทยทั้งหมด แต่ขาดนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย น.ส.กัญจนา ศิลปาชา รองหัวหน้าพรรคชาติไทย และนายกมล จิระพันธุ์วณิช ส.ส.ลพบุรี ที่ได้ขอลาประชุม ได้นัดหารือกันที่ห้องกรรมาธิการ 4 ชั้น 2 เพื่อกำหนดท่าทีว่าจะออกเสียงโนโหวตหรือฟรีโหวตในการเลือกประธานสภาฯ โดยเสียงส่วนใหญ่ให้รอดูท่าทีจากนายบรรหาร นอกจากนี้ แกนนำพรรคพลังประชาชนต่างพยายามติดต่อนายบรรหารเพื่อให้มาร่วมประชุมและร่วมลงคะแนนเลือกประธานสภาฯ ด้วย โดยวิปในส่วนพรรคพลังประชาชนได้ประสาน ไปยังนายธีรพล นพรัมภา เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อให้รับหน้าที่ในการประสานงานไปยังนายสมัครเพื่อช่วยเจรจาร้องขอให้นายบรรหารลดท่าทีแข็งกร้าวลง โดยนายสมัครได้โทรศัพท์หานายบรรหารเพื่อขอให้นายบรรหารมาร่วมโหวตเลือกประธานสภาฯ
ส.ส.เห็นชอบขอใช้สิทธิฟรีโหวต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทั่งเวลา 09.30 น. เมื่อ ถึงเวลาเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกประธานสภาฯ ปรากฏว่า ส.ส.พรรคชาติไทย 10 คน ได้เข้ามาที่ห้อง ประชุม ขณะที่ส่วนใหญ่กว่า 20 คน ยังหารือร่วมกันอยู่ ขณะที่นายบรรหารซึ่งคนในพรรคระบุว่า ติดภารกิจที่ จ.สุพรรณบุรีไม่สามารถเดินทางมาร่วมลงคะแนนเลือกประธานสภาฯ ได้ทัน จนถึงเวลา 10.20 น. ซึ่งเป็นเวลาใกล้ จะลงคะแนนเลือกประธานสภาฯคนใหม่ กลุ่ม ส.ส.พรรคชาติไทยจึงเริ่มทยอยเดินเข้าห้องประชุม โดยมีการหารือและกำหนดท่าทีของ ส.ส.พรรคชาติไทยว่า จะปล่อยให้ ส.ส. ของพรรคฟรีโหวตเลือกประธานสภาฯ เพราะหากยังใช้ การโนโหวตตามเสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุมพรรค เมื่อเย็นวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา เกรงว่าจะเกิดปัญหาและมองหน้ากันไม่ติดในการทำงานร่วมรัฐบาล 6 พรรค เสียงส่วนใหญ่จึงให้ถือเป็นเอกสิทธิ์ส่วนตัว (ฟรีโหวต) ของ ส.ส.พรรคชาติไทย
ส.ส.อีสานอาวุโสถอยยอมหนุน ชัย
ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคพลังประชาชน กล่าวว่า ส.ส.อีสานอาวุโสจำนวน 38 คน ที่ก่อนหน้านี้สนับสนุนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เข้าชิงตำแหน่งประธานสภาฯ ยอมรับมติของที่ประชุมพรรคพลังประชาชน หลังจากที่เปิดโอกาสให้ ส.ส.แสดงความคิดเห็นกันอย่างเต็มที่ ถือเป็นการต่อสู้ที่ทำให้เกิดผลดีแก่พรรค แม้ว่าคนที่สนับสนุนจะไม่ได้รับการเสนอชื่อ แต่ต่อไปหากมีเรื่องสำคัญก็จะต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมพรรคก่อน คิดว่าต่อไปการแก้ปัญหาภายในพรรคพลังประชาชนจะเป็นระบบมากขึ้น ผู้สื่อข่าวถามว่า ตำแหน่งประธานสภาฯครั้งนี้มีการกำหนดเวลาดำรงตำแหน่งหรือไม่ นพ.สุรวิทย์ตอบว่า มีคนเสนอเรื่องเวลาในที่ประชุมพรรค แต่สุดท้ายเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าไม่ควรมี เป็นแล้วเป็นเลย การให้ทำหน้าที่แค่ครึ่งหนึ่งเป็นเรื่องไม่สมควร ซึ่งนายสมศักดิ์และ ส.ส.อีสานก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้
สมศักดิ์ แจงร่นเลือกประธานสภา
ต่อมาเวลา 09.45 น. ได้มีการประชุมสภาผู้แทน ราษฎรนัดพิเศษ เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร แทนนายยงยุทธ ติยะไพรัช ที่ลาออก โดยมีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ทันทีที่เริ่มประชุม นายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ได้สอบถามถึงกรณีสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ใช้วิธีส่งเอสเอ็มเอสนัดประชุมเมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า มีความจำเป็นเร่งด่วนอะไรที่ต้องใช้วิธีนัดประชุมเช่นนี้ที่สำคัญการเสนอชื่อบุคคลเป็นประธานสภาฯ ก็เสนอชื่อคนที่อาจมีปัญหา ต้องคดีรุกที่ดินรถไฟ จึงไม่ควรให้สภาผู้แทนราษฎรต้องเป็นภาระอีก เพราะตนเคยท้วงติงกรณีที่ประธานสภาฯอาจมีปัญหาไปแล้ว และต่อมาก็เกิดเหตุอย่างนั้นขึ้นจริงๆ
ด้านนายสมศักดิ์ชี้แจงว่า ตอนแรกตั้งใจจะเรียกประชุมวันที่ 12 พ.ค. แต่มี ส.ส.หลายคนท้วงว่าไม่สะดวก เพราะพรรคพลังประชาชนต้องเรียกประชุมในวันที่ 11 พ.ค. จึงตัดสินใจให้ประชุมวันที่ 14 พ.ค. แต่พอ ส.ส.บางคนในพรรคพลังประชาชนรับทราบก็ไม่เข้าใจ กลัวว่าตนจะไปทำอะไรที่ไม่ดีที่ยืดเวลาออกไป ในที่สุดเพื่อให้เกิดความสบายใจแก่ทุกฝ่าย จึงเลื่อนประชุมมาเป็นวันที่ 12 พ.ค. และได้ลงนามเรียกประชุมด่วนตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา
ชัย ลอยลำคว้าเก้าอี้ตามคาด
จากนั้นที่ประชุมได้เข้าสู่วาระเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรทันที โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอชื่อนายบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นประธานสภาฯ ขณะที่นายนิสิต สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน เสนอชื่อนายชัย ชิดชอบ เป็นประธานสภาฯ จากนั้นนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ได้ให้ที่ประชุมลงคะแนนลับด้วยการเขียนชื่อผู้ที่ต้องการให้เป็นประธานสภาฯลงในกระดาษใส่ซองจดหมาย แม้ว่า ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์จะประท้วงขอให้เปลี่ยนเป็นการทำเครื่องหมายหน้าชื่อแทน เพราะเกรงว่าการเขียนชื่อทำให้ตรวจสอบลายมือได้ง่าย แต่นายสมศักดิ์ไม่อนุญาต ผลการลงคะแนนมีผู้เลือกนายชัยเป็นประธานสภาฯ 283 คน เลือกนายบัญญัติ 158 คนงดออกเสียง 12 คน จากผู้เข้าประชุมทั้งสิ้น 454 คน
พรรคร่วมแหกมติหนุน บัญญัติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภา มี ส.ส.เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 454 คน จาก ส.ส.จำนวน 472 คน แยกเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเข้าร่วมประชุม 298 คน พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมประชุม 156 คน ผลการลงมติปรากฏว่ามีพรรคร่วมรัฐบาลแหกมติพรรคลงชื่อสนับสนุนนายบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นประธานสภาฯ จำนวน 2 คน และมีเสียงหายไป 1 เสียง โดยไม่มีใครทราบ แม้ว่านายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์จะพยายามลุกขึ้นทักท้วงในที่ประชุมถึงเสียงที่หายไป 1 เสียง แต่นายสมศักดิ์ได้ตัดบทและชิงปิดประชุมทันที
ชัย ไม่ติดใจพรรคร่วมเสียงแตก
ทางด้านนายชัย ชิดชอบ ว่าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังทราบผลการลงมติให้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ว่า ผลคะแนนที่ไม่เป็นเอกฉันท์จากพรรคร่วมรัฐบาลมองว่า ประชาธิปไตยก็เป็นแบบนี้ เอาเต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่ได้ 283 คะแนน ที่ออกมาไม่ใช่เสียงแตก เป็นเสียงจากพรรคร่วมที่มาประชุม ส่วน 12 คะแนนที่งดออกเสียงดูไม่ออกว่าเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล เมื่อถามว่า มั่นใจว่า 12 คะแนนที่งดออกเสียงไม่ใช่ของพรรคชาติไทย นายชัยตอบว่า คงจะไม่มีมั้ง เมื่อถามว่า ท่าทีไม่พอใจของนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย จะส่งผลต่อการทำงานหรือไม่ นายชัยตอบว่า นายบรรหารติดภารกิจ จ.สุพรรณบุรี ไม่ได้น้อยใจจึงไม่มาร่วมโหวต ตนเคยเป็นลูกน้องมาก่อน รู้นิสัยกันดี นายบรรหารเป็นคนดีมาก และยืนหยัดมาตลอดกว่า 30 ปี การบริหารพรรคการเมืองไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าเป็นคนอื่นพังไปนานแล้ว แต่นายบรรหารเป็นคนเอื้ออารี ทำให้พรรคชาติไทยคงกระพันชาตรีมาได้ถึงทุกวันนี้
ชี้ไม่แก้ รธน.ชาวบ้านไม่เดือดร้อน
นายชัยกล่าวว่า ภารกิจสำคัญภายหลังรับตำแหน่งคือ การสร้างความสามัคคี สมานฉันท์ของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ขอให้สื่อมวลชนจับตาดูว่าจะทำอย่างไร เมื่อถามว่า การเข้ามานั่งตำแหน่งนี้เพื่อคุมเกมแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ นายชัยตอบว่า ยังไม่ได้รับร่างรัฐธรรมนูญที่มีการแก้ไข และยังไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ จึงไม่รู้ว่ามีหน้าที่อย่างไร เพราะสมัยประชุมจะปิดแล้ว เมื่อถามว่า จะเรียกเปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายชัยตอบว่า แล้วแต่รัฐบาล รวมถึงความต้องการของสมาชิกว่า เรื่องที่จะพิจารณามีความร้อนแรงแค่ไหน ปัญหาประชาชนมีมากมาย ถ้าไม่แก้รัฐธรรมนูญจะเดือดร้อนหรือไม่ และประชาชนจะอดข้าวหรือไม่ก็ต้องพิจารณาดู เมื่อถามว่า ขณะนี้ถือว่าเดือดร้อนถึงกับต้องแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ นายชัยตอบว่า เดือดร้อนหรือไม่อยู่ที่สื่อ ถ้าสื่อไม่ออกข่าวก็ไม่เดือดร้อน ชาวบ้านก็ทำมาหากิน ฝนตกลงมาก็จับปู กบ เขียดตามท้องนา อยู่ได้ตามอัตภาพ ไม่เดือดร้อนอะไร
ฉุนถูกจี้ใจดำรุกที่ดิน จ.บุรีรัมย์
นายชัยยังกล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตถึงความเป็นกลางในการทำหน้าที่ว่า ความเป็นกลางอยู่ตรงไหน ยังไม่เห็น ต้องดูว่าความเป็นกลางคืออะไร ส่วนกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าบุกรุกที่ดินรถไฟ จ.บุรีรัมย์นั้น ไม่มีอะไรเลย ซึ่งขณะนี้ได้ฟ้องกลับนายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรื่องยังอยู่ที่ศาล เมื่อถามว่า คดีดังกล่าวสิ้นสุดในกระบวนการแล้วหรือไม่
นายชัยตอบอย่างมีอารมณ์ว่า คดีมันไม่มีอะไรเลย ตนอยู่ตรงนี้มากว่า 40 ปี มีโฉนดถูกต้อง ซื้อจากคนอื่นมาสร้างบ้านอยู่ อยากให้ทุกคนไปพิสูจน์ดู และไม่ใช่ตนคนเดียวตอนนี้มีกว่า 1,700 ราย มีคนเป็นหมื่นที่อยู่ตรงนั้น เรื่องนี้มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เขาอยากทำลายตนไม่อยากให้เกิดทางการเมือง นี่เป็นเอกลักษณ์ของนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามที่ทำอย่างนี้มาตลอด เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงสู้กัน 3 ศาล ยุบสภาหรือพ้นวาระไป 3-4 สมัย คดีก็ยังไม่สิ้นสุด เมื่อถามว่า การรถไฟฯได้ฟ้องทางแพ่งหรือไม่ นายชัยตอบว่า ยังไม่มี มีแค่ศึกษาและสอบสวน รู้ไม่ชัดอย่าจับไปกระเดียด
ลั่นไม่เกาะใบบุญลูกชายยึดเก้าอี้
เมื่อถามว่า มีการวิจารณ์ว่าการได้รับเลือกเป็น ประธานสภาฯครั้งนี้ เป็นการสมนาคุณให้นายเนวิน ชิดชอบ บุตรชาย นายชัยตอบว่า ไม่เกี่ยวเลย ถ้าไม่มีความสามารถคงไม่มีหน้าไหนเลือกมาเป็นประธานสภาฯ ส.ส. 283 คน คิดดูว่าต้องมาจากประชาชนจำนวนเท่าไร เขาคงไม่หลงงมงาย หรือถูกใครบังคับจูงใจให้มาเลือกตน ที่เลือกเพราะเขาศรัทธาความดีที่ได้ทำ ความซื่อสัตย์ในการทำหน้าที่ ส.ส.มาตั้งแต่ปี 2512 ไม่มีด่างพร้อย ไม่เคยหนีประชุม ทำให้รัฐสภาได้รับประวัติศาสตร์จากตนก็ไม่น้อย ยืนยันว่าที่ได้ตำแหน่งไม่เกี่ยวกับลูกชาย เขียนกันไปเอง เขาไม่ได้มายุ่งอะไร และยังไม่ได้เจอกันเลย เมื่อถามว่า ข้อตกลงกับนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาฯ ว่าจะทำหน้าที่คนละครึ่งสมัย นายชัยตอบว่า ไม่มีแน่นอน เพราะได้คุยกันแล้ว กรรมการบริหารพรรคไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ ตนอายุมากแล้ว สมควรแก่เวลาก็จะลงเอง ใครมาบังคับไม่ได้ แต่ขณะนี้ยังทำไหวอยู่ เตะปี๊บ 10 ใบ ยังดังอยู่ และไม่อัลไซเมอร์ ชีวิตตนได้เป็นประธานสภาฯถือว่าสูงสุดทางการเมืองแล้ว ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง รัฐสภาชุดนี้อาจมีโอกาสได้สร้างรัฐสภาใหม่ สำหรับสมัยหน้าคงดูก่อนว่ากำลังยังไหวหรือไม่ ถ้าไหวก็ลงแน่นอน
เด็ก พปช.ขู่ล้างแค้นพรรคร่วมคืน
ด้านนายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ส.ส.ขอนแก่น พรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณีมีการงดออกเสียงในการโหวตลงมติเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า เรื่องนี้เมื่อคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชนมีมติออกมาแล้ว และพรรคก็มีมติพรรคสนับสนุนนายชัยแล้ว เมื่อพรรคแกนนำรัฐบาลมีมติออกมาเช่นนี้ ทางพรรคร่วมรัฐบาลควรยอมรับและปฏิบัติตาม หากการลงมติครั้งนี้มีพรรคร่วมรัฐบาลพรรคใดงดออกเสียง หรือไม่โหวตให้เรา แล้วจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร ถ้าถึงเวลาที่มีการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เราก็จะไม่โหวตให้บ้าง คงมาว่ากันไม่ได้ เพราะเรื่องนี้ถือว่า ไม่เคารพมติของพรรคแกนนำ เมื่ออยู่ร่วมกันควรให้เกียรติซึ่งกันและกัน
วิปรัฐบาลไม่ติดใจเสียงรัฐบาลหาย
ขณะที่นายสามารถ แก้วมีชัย เลขานุการวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมวิปรัฐบาล ซึ่งมีการประชุมหลังจากที่ประชุมสภาฯเลือกประธานสภาฯเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถึงกรณีที่จะมีการตั้งคนเป็นประธานวิปรัฐบาลแทนนายชัย ชิดชอบ ที่ลาออกว่า ที่ประชุมไม่มีการพูดคุยกันถึงเรื่องตัวบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่ง ประธานวิปรัฐบาลแทนนายชัย ส่วนกรณีที่มี ส.ส. 12 คน งดออกเสียงเลือกประธานสภาฯนั้น ที่ประชุมวิปรัฐบาลไม่ติดใจ
แนะ ชัย เร่งพิสูจน์กลบครหาไร้กึ๋น
ด้าน ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีที่นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย แสดงความเป็นห่วงการทำหน้าที่ประธานสภาฯของนายชัย ชิดชอบ ว่าจะไม่สามารถคุมเกมในสภาฯได้ว่า เรื่องนี้อยู่กับการพิสูจน์ตัวเองของนายชัย ในการทำหน้าที่ประธานสภาฯ เมื่อวันนี้พวกเราได้ให้ โอกาสนายชัยแล้ว จะต้องพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคน รวมถึงนายบรรหารได้รู้ไปเลยว่าจะเป็นอย่างไร พิสูจน์ให้รู้ไปเลยว่านายบรรหารคิดผิดหรือคิดถูกต้องแล้ว อย่างไรก็ตามเชื่อว่าประสบการณ์ทางการเมืองของนายชัยจะช่วยให้ทำหน้าที่ผ่านไปได้ด้วยดี
เติ้ง ห่วง ชัย คุมเกมไม่ได้
ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. ที่พรรคชาติไทย นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ให้สัมภาษณ์ถึงมติที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรลงคะแนนให้นายชัย ชิดชอบ ส.ส. สัดส่วน พรรคพลังประชาชน เป็นประธานสภาฯคนใหม่ว่า พรรคชาติไทยขอย้ำว่าไม่ได้มีมติให้งดออกเสียง แต่การประชุมเมื่อวันที่ 11 พ.ค. เสียงส่วนใหญ่ ในที่ประชุมเห็นด้วยกับการงดออกเสียง แต่มีบางคนเสนอให้ฟรีโหวต ทั้งหมดเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. เมื่อเสียงส่วนใหญ่ให้งดออกเสียง ตนก็ไม่ขัดข้อง ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นห่วงการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติหรือไม่ นายบรรหารตอบว่า เป็นห่วงการทำงานมากๆ เพราะตอนที่นายชัยทำหน้าที่เป็นประธานวิปรัฐบาลมีสมาชิกพรรคมาบ่นตลอดเวลาว่านายชัยไม่สามารถควบคุมการประชุมได้ แต่เมื่อคะแนนออกมาแบบนี้ ต้องยอมรับ แต่ก็เป็นห่วงว่านายชัยจะคุมเกมในสภาได้มากน้อยแค่ไหน เมื่อถามว่า อยากฝากอะไรไปถึงนายชัยหรือไม่ นายบรรหารตอบว่า ไม่มีอะไรฝาก เพราะพรรษาการเมืองท่านก็รู้ดีอยู่แล้ว แต่ตัวประธานฝ่ายนิติบัญญัติที่ดีจะต้องมีความมั่นคง มีการประนีประนอม ประสานงานกับพรรคฝ่ายค้านได้ ทุกอย่างจะราบรื่น
กัญจนา ดักคอให้วางตัวเป็นกลาง
ด้าน น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา รองหัวหน้าพรรคชาติไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายชัย ชิดชอบ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ได้รับการลงมติให้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ว่า ขอแสดงความยินดีด้วย แม้ที่ผ่านมาจะได้ยินการวิจารณ์นายชัยเรื่องความเป็นกลาง และการไม่รับฟังความเห็นในการทำหน้าที่ประธานวิปรัฐบาลมาตลอด แต่เมื่อนายชัยได้นั่งในตำแหน่งที่มีบทบาท และความสำคัญสูงขึ้นก็ควรให้ความสำคัญเรื่องความเป็นกลางในการทำหน้าที่มากกว่าที่เป็นอยู่ อย่าด่วนสรุปความเห็น โดยไม่ฟังเสียงพรรคร่วมรัฐบาล หรือพรรคฝ่ายค้าน เพราะจะทำให้ภาพการทำหน้าที่ประธานรัฐสภาประสบปัญหา ส่วนเรื่องคะแนนโหวตของพรรคชาติไทยนั้น ไม่อยากพูดถึง เพราะถือเป็นเอกสิทธิ์ในการโหวตของ ส.ส. ผู้สื่อข่าวถามว่า เกรงว่าคดีบุกรุกที่ดิน จ.บุรีรัมย์ ของนายชัยที่ยังค้างอยู่ จะซ้ำรอยเช่นเดียวกับคดีนายยงยุทธ ติยะไพรัช หรือไม่ น.ส.กัญจนาตอบว่า การเสนอคนมารับตำแหน่งประธานสภาฯในครั้งนี้ของพรรคพลังประชาชน ขออย่าให้เป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนกรณีประธานสภาฯคนที่แล้ว เพราะคดียังอยู่ในขั้นตอนที่จะต้องมีการชำระข้อเท็จจริงอีกมาก คงต้องรอดูการทำงานของนายชัยต่อไป
สมัคร-ทักษิณ ล็อบบี้เลือก ชัย
นายเอกพจน์ ปานแย้ม ส.ส.ปทุมธานี พรรคชาติไทย กล่าวว่า พรรคชาติไทยมีมติตกลงร่วมกันว่า ฟรีโหวตเท่านั้น แต่ไม่ได้หนุนคะแนนให้นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์แน่นอน การประชุมนอกรอบของพรรคช่วงเช้าก่อนลงมติ มีผู้ใหญ่ต่อสายมาคุยกับ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยว่า ขอให้ช่วยโหวตให้นายชัย ชิดชอบ ซึ่งพรรคชาติไทยบอกว่า ติดต่อมาช้าไป เพราะได้แถลงจุดยืนไปแล้วว่าให้เป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส.แต่ละคน คิดว่าคะแนนของพรรคชาติไทยคงปนๆกันไประหว่างผู้เห็นชอบนายชัยกับงดออกเสียง แต่ไม่มีเลือกนายบัญญัติแน่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ใหญ่ที่มีการต่อสายไปยังนายบรรหาร และ พล.ต.สนั่นก่อนมีการลงคะแนนเลือกประธานสภาฯคือนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเป็นการพูดขอให้ช่วยร่วมมือในการโหวตครั้งนี้ เพื่อให้เสียงโหวตมีเอกภาพในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ทำให้ผู้ใหญ่ในพรรคชาติไทยแสดงท่าทีที่อ่อนลง และไฟเขียวให้ ส.ส.ลงคะแนนเลือกนายชัย เท่าที่มีความเห็นชอบ
แฉ เติ้ง ห้ามลูกพรรคลงมติสวน
ทางด้าน พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคชาติไทยมีมติงดออกเสียงในการลงมติสนับสนุนนายชัย ชิดชอบ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า ปกติแล้วการลงมติเรื่องสำคัญต้องติดต่อประสานงานมาก่อน เพื่อให้พรรคร่วมรัฐบาลรับทราบ แต่ครั้งนี้ไม่มีการติดต่อมาเลย ลูกพรรคหลายคนก็เลยมีความรู้สึก มติพรรคที่ออกมาดังกล่าวได้สอบถาม ส.ส. 33 คน ของพรรคแล้ว ทุกคนยืนยันกันอย่างนี้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าไม่กระทบต่อปัญหาการทำงานร่วมรัฐบาล ขอให้แยกแยะกันระหว่างเรื่องของรัฐบาลกับสภา ต้องเห็นใจพวกตนด้วยว่าลูกพรรคไม่ค่อยพอใจ เพราะพรรคชาติไทยมีเด็กหนุ่มมาก จะไปฝืนความรู้สึกลูกพรรคมากเกินไปไม่ได้ ทั้งนี้ การโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย บอกว่า อย่างมากให้งดออกเสียง อย่ายกมือสวนประเพณี จะเสียหาย เพราะเราร่วมรัฐบาล ถ้าไปยกมือสวนอีกทางจะเสียหาย
ตำหนิ พปช.ไม่หารือเลือก ชัย
ทางด้านนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช กล่าวว่า เชื่อว่านายชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯคนใหม่ จะไม่มีปัญหาในการทำหน้าที่ สามารถคุมเกมในสภาได้ เมื่อถามว่า พรรคชาติไทยแสดงความน้อยใจที่พรรคพลังประชาชนทำอะไรแล้วไม่ยอมบอกนายเสนาะตอบว่า พรรคประชาราชก็ไม่มีใครมาบอก เพียงแค่แจ้งให้ทราบเท่านั้น เมื่อพรรคใหญ่ มีมติพรรคจะให้เป็นอะไร เป็นเรื่องของพรรคใหญ่แต่ถ้าเรื่องที่จะให้โหวตมีผลได้ผลเสียต่อบ้านเมืองก็ควรมาหารือกันหน่อย จากนี้คงต้องคุยกันมากขึ้น ส่วนคดีรุกที่ดินของนายชัยนั้น ขณะนี้คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่หากศาลตัดสินออกมาแล้วก็ต้องว่ากันไปตามครรลอง ถ้ามีความผิดตามที่ร้องเรียน ก็อยู่ไม่ได้ เมื่อถามว่า การนำคนที่สังคมตั้งข้อสงสัยมาเป็นประธานสภาฯจะเกิดปัญหาในการทำงานหรือไม่ นายเสนาะตอบว่า คำว่าสังคมยอมรับหรือไม่ยอมรับนั้นพูดลำบาก เพราะจะให้คนยอมรับทั้งหมดคงเป็นไปไม่ได้ ถ้าจะอ้างว่าสังคมไม่ยอมรับก็ต้องถามว่าสังคมที่ใด ในสภามีทั้งเสียงข้างมาก ข้างน้อย และไม่เห็นด้วย แต่สุดท้ายเสียงส่วนใหญ่ก็เห็นด้วย ระบอบประชาธิปไตยจะพิสูจน์กันที่เสียงในสภา
ปชป.รับส่ง บัญญัติ สู้ขัดตาทัพ
ขณะที่นายบัญญัติ บรรทัดฐาน รองประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่พรรคมีมติ เสนอชื่อตนเข้าชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อรักษาประเพณีในระบอบประชาธิปไตยที่ควรมีผู้แข่งขัน ต้องการให้มีตัวเปรียบเทียบ และพรรคก็มีบุคลากรในการทำหน้าที่ แม้จะเป็นไปไม่ได้ที่พรรคจะได้รับเสียงสนับสนุน แต่ก็ต้องเสนอชื่อแข่งขัน
|