ตั้ง ThaiRSSFeed เป็นหน้าแรก | ติดต่อเรา
หน้าแรก    อ่านข่าว | ค้นหาข่าว | เกมส์ | หางาน | งานราชการ | สมัคงาน | รับสมัครงาน |
Search

ศาลฎีกาเลื่อน คดีหวยบนดิน [15 พ.ค. 51 - 04:18]

แสดงมาแล้ว 415 วัน
กรณีที่ คตส.ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพวกรวม 47 คน เป็นจำเลยในคดีทุจริตโครงการออกหวยบนดิน ในจำนวนนี้มีรัฐมนตรี 3 คน ในรัฐบาลปัจจุบันตกเป็นจำเลยด้วย ซึ่งหากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองรับฟ้อง จะส่งผลให้รัฐมนตรีทั้ง 3 คน อาจต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว แต่ปรากฏว่าศาลฎีกาฯได้มีคำสั่งให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐ-ธรรมนูญตีความประกาศแต่งตั้ง คตส.และกฎหมายต่ออายุ คตส. ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

ศาลฎีกาอ่านคำสั่งคดีหวยบนดิน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 พ.ค. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายรุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ รองประธานศาลฎีกา เจ้าของสำนวนและองค์คณะผู้พิพากษา 9 คน ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำสั่งคดีทุจริตโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 และ 3 ตัว (หวยบนดิน) หมายเลขดำที่ อม.1/2551 ที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับพวกรวม 47 คน เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ หรือจัดการทรัพย์ ได้เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการดูแลกิจการ เข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จ่ายทรัพย์เกินกว่าที่ควรจ่ายเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่แสดงว่ามีหน้าที่เรียกเก็บหรือตรวจสอบภาษีอากร โดยทุจริตเรียกเก็บหรือละเว้นไม่เรียกเก็บภาษีอากร และผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติโดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147,152,153,154,157 ประกอบมาตรา 83, 84, 86, 90, 91 และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ มาตรา 3, 4, 8, 9, 10, 11

เผยจำเลยร่วมโต้แย้งอำนาจ คตส.

องค์คณะผู้พิพากษาได้พิจารณาคำฟ้องของโจทก์ ที่อ้างว่ามีอำนาจตรวจสอบและมีอำนาจฟ้องตามประกาศ คปค.ฉบับที่ 30 และตาม พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มประกาศ คปค. ฉบับ 30 ที่เป็นการต่ออายุการทำงานของ คตส. ขณะที่จำเลยที่ 31-47 (จำเลยกลุ่มเจ้าหน้าที่เป็นกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล) ร้องโต้แย้งว่า ประกาศ คปค.ฉบับที่ 30 และ คตส.เป็นการจัดทำขึ้นหรือตั้งขึ้นเพื่อตรวจสอบเฉพาะการดำเนินงานหรือโครงการที่ได้รับอนุมัติโดยบุคคลในคณะรัฐมนตรี เฉพาะคณะที่พ้นจากตำแหน่งโดยผลของการปฏิรูปการปกครองเท่านั้น ไม่ใช้บังคับแก่กรณีหรือบุคคลทั่วไป นอกจากนี้ ประกาศ คปค.ฉบับที่ 30 ก็แต่งตั้ง คตส.ขึ้นโดยให้มีอายุการปฏิบัติหน้าที่ 1 ปี คือถึงวันที่ 30 ก.ย. 2550 แต่ก่อนที่ คตส.จะหมดอายุลง สนช.ได้ออก พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประกาศ คปค.ฉบับที่ 30 ต่ออายุให้ คตส.อีก 9 เดือนคือถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2551 ทั้งที่รัฐธรรมนูญปี 2550 ได้กำหนดให้มีองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐเป็นการเฉพาะอยู่แล้ว เช่น ป.ป.ช. และ คตง. การที่รัฐจะตั้งหรือต่ออายุองค์กรตรวจสอบใดขึ้นจะต้องอยู่ภายใต้บังคับของรัฐธรรมนูญมาตรา 29 ดังนั้น การที่ สนช.ต่ออายุ คตส. ออกไปถือเป็นการจัดตั้งองค์กรใหม่ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ คตส.จึงเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ส่งศาล รธน.ตีความก่อนพิพากษา

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำร้องของจำเลยที่ 31-47 เป็นการโต้แย้งว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญ และยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินั้น ถ้าบทบัญญัตินั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญก็จะเป็นอันใช้บังคับมิได้ คตส.ซึ่งเป็นโจทก์คดีนี้ก็จะไม่มีอำนาจตรวจสอบและไม่มีอำนาจฟ้อง เป็นกรณีที่ศาลต้องใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นบังคับแก่คดี จึงให้ส่ง เรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า 1. ประกาศ คปค.ฉบับที่ 30 ที่แต่งตั้ง คตส.ขึ้นมานั้น ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ 2. พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประกาศ คปค.ฉบับที่ 30 ที่ต่ออายุการปฏิบัติหน้าที่ของ คตส.นั้น ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแล้ว องค์คณะผู้พิพากษาจะวินิจฉัยเกี่ยวกับคำฟ้องโจทก์และคำร้องของจำเลยต่อไป

ยันไม่ใช่การโยนเรื่องดึงเกม

นายเกรียงชัย จึงจตุรพิธ ประธานแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลฎีกา เผยว่า เรื่องนี้ไม่ใช่โยนไปศาลรัฐธรรมนูญ แต่มีประเด็นต้องพิจารณาตามคำร้องเกี่ยวกับอำนาจฟ้องของ คตส.ว่าฟ้องเองได้ หรือไม่ เพราะในกฎหมาย คตส.ไม่ได้เขียนไว้ให้ชัดเจน จึงจำเป็นต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยเป็นบรรทัดฐาน เพราะคดีอื่นกำลังจะเข้ามาอีกเป็นสิบคดี จะได้มีบรรทัดฐานเดียวกัน เร็วๆนี้เห็นว่าจะมีการฟ้องอีก 3 คดี หากสืบพยานไปก่อนอาจเสียหายต่อรูปคดีได้ และคาดว่า ตุลาการรัฐธรรมนูญชุดใหม่จะเป็นผู้พิจารณาเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีหวยบนดินมีจำเลย 47 ราย ในจำนวนนี้มี 3 คนที่เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดปัจจุบันได้แก่ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง นางอุไรวรรณ เทียนทอง รมว.แรงงาน และนายอนุรักษ์ จุรีมาศ รมช.คมนาคม ซึ่งหากศาลฎีกามีคำสั่งรับฟ้องคดีดังกล่าว อาจส่งผลให้รัฐมนตรีทั้ง 3 คนต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว

“แก้วสรร” โวยไม่เคยเจอแบบนี้

ด้านนายแก้วสรร อติโพธิ เลขานุการ คตส. กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการแต่งตั้ง คตส. และการต่ออายุของ คตส.ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก่อนที่จะมีคำสั่งรับวินิจฉัยคดีหวยบนดินว่า ไม่เคยเห็นกฎหมาย แบบนี้ คดียังไม่เข้าประตูศาล ศาลยังไม่ได้รับว่าจะรับฟัอง หรือไม่ แล้วจะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้อย่างไร “รัฐธรรมนูญที่ผมเข้าใจตามที่เรียนมาและสอนลูกศิษย์มา คดีนี้ยังไม่เข้าศาล ศาลยังไม่ได้รับอะไรเลย พวกนั้นยังไม่เป็นจำเลย แล้วมันจะมีช่องทางไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญได้อย่างไร เพราะกฎหมายที่ผมเข้าใจไม่มีแบบนี้ ตามหลักแล้วต้องเป็นคดีที่ศาลฎีการับฟ้องแล้วเห็นว่าขัดรัฐธรรมนูญ จึงจะส่งไปศาลรัฐธรรมนูญได้”

ระบุถ้าศาล รธน.ไม่ตีความจะยิ่งยุ่ง

นายแก้วสรรกล่าวว่า รัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 211 บัญญัติว่า ในการที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับแก่คดีใด ถ้าศาลเห็นเองหรือคู่ความโต้แย้งพร้อมด้วยเหตุผลว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นต้องด้วยบท บัญญัติมาตรา 6 และยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบทบัญญัตินั้น ให้ศาลส่งความเห็นเช่นนั้นตามทางการเพื่อศาลรัฐธรรมนูญจะได้พิจารณาวินิจฉัย ในระหว่างนั้นให้ศาลดำเนินการพิจารณาต่อไปได้ แต่ให้รอการพิจารณาคดีไว้ชั่วคราวจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ศาลฎีกามีอำนาจในการวินิจฉัย เมื่อวินิจฉัยอะไรก็เป็นไปตามนั้น ตนเคารพการวินิจฉัยของศาลฎีกา เพียงแต่ คตส.ไม่คาดคิดว่าจะออกมาอย่างนี้ เพราะนึกว่าจะยื่นเรื่องว่าขัดรัฐธรรมนูญได้เมื่อทั้งหมดตกเป็นจำเลยแล้ว แต่ คตส.ก็คงไม่ต่อสู้อะไร เพราะยังไม่มีใครบอกว่า คตส.ใช้อำนาจไม่ถูก แต่บอกว่ากฎหมายไม่ถูก อย่างไรก็ตาม ถ้าศาลรัฐธรรมนูญไม่รับตีความก็จะยุ่งกันไปใหญ่

“อุดม” หวั่นทุกคดีล้มหมด

ขณะที่นายอุดม เฟื่องฟุ้ง กรรมการ คตส. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนโครงการออกหวยบนดิน กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ไม่เกินความคาดหมาย และศาลฎีกาฯสามารถทำได้ เพราะการตีความเรื่องนี้ไม่ได้ อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม เมื่อส่งเรื่องไปแล้วศาลรัฐธรรมนูญอาจเรียกคู่ความเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ก็ได้ ถ้าต้องการสอบถามความเห็นจาก คตส. เราก็พร้อม ที่ผ่านมาผู้ถูกกล่าวหาเคยยื่นคำร้องมาในประเด็นดังกล่าวเหมือนกัน แต่ คตส.ยกคำร้องทั้งหมด เพราะมั่นใจว่าที่มาของ คตส.และการต่ออายุ คตส.ถูกต้อง ต่อข้อถามว่า การส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความจะเป็นช่องโหว่ในคดีหรือไม่ นายอุดมตอบว่าไม่ แต่อาจทำให้คดีล่าช้าเท่านั้น นอกจากนี้หากศาลชี้ว่า คตส.ไม่มีอำนาจฟ้องคดีจริง คดีที่เราทำมาต้องล้มทั้งหมด

“เลี้ยบ” โล่งอกได้ต่อลมหายใจ

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวว่า หลังจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยังไม่พิจารณารับฟ้องคดีหวยบนดิน แต่ได้ส่งเรื่องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความที่มา อำนาจ และการต่ออายุของ คตส.ให้ชัดเจนก่อนนั้น ทำให้ตนมีเวลาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้มากขึ้น และจากนี้ไปจะเร่งเดินหน้าออกมาตรการอีกหลายด้านในการแก้ปัญหา การทำงานในช่วงต่อไปน่าจะดีกว่าเดิม โดยเฉพาะเรื่องที่ติดขัดยังไม่ดำเนินการได้ เช่น การออกหวยบนดินจะเร่งหารือกับผู้บริหารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลว่าจะมีแนวทางดำเนินการต่อไปอย่างไรบ้าง โดยต้องพิจารณาว่าจะดำเนินการภายใต้กฎหมายปัจจุบันได้หรือไม่

“อนุรักษ์” ยันไม่มีเอี่ยวอนุมัติออกหวย

นายอนุรักษ์ จุรีมาศ รมช.คมนาคม กล่าวว่า ในเมื่อศาลฎีกาฯส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ตนก็จะทำงานในตำแหน่ง รมช.คมนาคมต่อไป เพราะยังไม่มีสถานะเป็นจำเลย เนื่องจากศาลฎีกาฯยังไม่ได้ประทับรับฟ้อง และส่วนตัวเห็นว่าบทบาทหน้าที่ของ คตส.ในการตรวจสอบโครงการที่ได้รับอนุมัติ หรือเห็นชอบโดยบุคคลในคณะรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรีซึ่งพ้นจากตำแหน่งโดยผลของการปฏิรูปการปกครอง มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะเป็นไปโดยทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หมายความว่าจะต้องเป็นบุคคลที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณชินวัตร สมัยที่ 2 จนถึงช่วงรัฐประหาร หรือช่วงปี 2547, 2548, 2549 ช่วงนั้นตนไม่ได้อยู่ใน ครม. เพราะพรรคชาติไทยเป็นฝ่ายค้าน

เร่งสอบคุณสมบัติตุลาการชุดใหม่

นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 คน คือ นายนุรักษ์ มาประณีต และนายชัช ชลวร มีปัญหาเรื่องเงื่อนเวลาที่ต้องลาออกจากตำแหน่งต่างๆภายใน 15 วัน ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดว่า ไม่ใช่ปัญหาขัดแย้งระหว่างสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภากับทางศาลฎีกา แต่ขณะนี้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภากำลังตรวจสอบคุณสมบัติตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน แต่ละคนมีตำแหน่งต่างๆมากมาย จึงต้องตรวจสอบโดยยึดกฎหมายแพ่งเป็นหลัก เพื่อให้คุณสมบัติเป็นไปอย่างครบถ้วนทั้งหมด คาดว่าภายใน 1-2 วันนี้จะเสร็จเรียบร้อย จากนั้นจะให้สำนักงานเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญนัดประชุมเพื่อเลือกตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ จากนั้นต้องส่งให้ตนนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงโปรดเกล้าฯแต่งตั้งต่อไป เมื่อถามว่า หากล่าช้าออกไปจะมีปัญหาเกี่ยวกับการพิจารณาคดีที่จะเข้าสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายประสพสุขตอบว่า ไม่มีปัญหา หากชุดใหม่ยังไม่เสร็จ ก็มีชุดเก่าพิจารณาคดีได้จนกว่าจะมีชุดใหม่

คตส.ส่งอัยการฟ้องคดีซีทีเอ็กซ์

อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเวลา 11.00 น. นายสัก กอแสงเรือง โฆษก คตส. แถลงว่า จากการประชุม คตส.นัดพิเศษเมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้การส่งสำนวนไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางเมือง ในคดี การจัดซื้อเครื่องซีทีเอ็กซ์ โดยมีผู้เกี่ยวข้องกระทำความผิด 3 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มนักการเมือง 2. กลุ่มคณะกรรมการ และพนักงานบริษัทการท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ (บทม.) พนักงานและคณะกรรมการการท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. 3. กลุ่มสุดท้ายเป็นนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ทั้งนี้ คตส.ขอให้ผู้กระทำความผิดคืนหรือใช้ราคาทรัพย์สินจำนวน 6,936 ล้านบาท ในความผิด 2 กระทงในมาตรา 341 ฐานฉ้อโกงทั้งโครงการ เพราะเสนอค่าจ้างปรับเปลี่ยนสายพานลำเลียงและติดตั้งเครื่องตรวจวัตถุระเบิดแพงกว่าความเป็นจริง 1,714.846 ล้านบาท เป็นเหตุให้ บทม.เสียหาย

“ชัยเกษม” ไม่พ้นติดร่างแห

นายสักกล่าวว่า ความผิดกระทงแรก เป็นความผิดตามสัญญาก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 1 โดยได้ร่วมกันกำหนดเงื่อนไข Variation ข้อ 56 และกำหนดคุณสมบัติของเครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิดให้สามารถตรวจยาเสพติดได้พร้อมกัน ในการจ้างปรับเปลี่ยนระบบ BHS & HBS โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม หรือเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใดได้มีสิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรม และปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต หลอกลวง บทม. โดยการหลอกลวงดังกล่าวได้ทรัพย์สินไปจาก บทม.โดยทุจริต โดยแบ่งหน้าที่กันทำ ส่วนกระทงที่ 2 เป็นความผิดกรณี บทม.เชิดตัวเองเข้าทำสัญญากับบริษัทจีอี อินวิชั่น สำหรับนายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด ในฐานะบอร์ด บทม.นั้น คตส.มีมติส่งฟ้องเองตามกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 56 (2) ประกอบมาตรา 97 แม้ว่านายชัยเกษมจะเคยชี้แจงว่าไม่เข้ามาตรา 97 เพราะถูกกล่าวหาในช่วงเป็นรองอัยการสูงสุดก็ตาม แต่ทาง คตส.เห็นว่าเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น

เปิดรายชื่อ 25 ผู้ถูกกล่าวหา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายชื่อผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดในคดีการจัดซื้อเครื่องซีทีเอ็กซ์มีทั้งหมด 25 ราย โดยผู้กระทำผิดกระทงที่ 1 ได้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรมว.คมนาคม กลุ่มคณะกรรมการและพนักงาน บทม. มี 5 ราย คือ 1. นายศรีสุข จันทรางศุ อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม 2. พล.อ.สมชัย สมประสงค์ 3. พล.อ.อ.ณรงค์ศักดิ์ สังขพงศ์ 4. นายชัยเกษม นิติสิริ 5. นายอดิเทพ นาคาวิสุทธิ์ สำหรับกลุ่มนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา มี 13 รายคือ 1. นายธีระวัฒน์ ศรีฉัตราภิมุข 2. กิจการร่วมค้าไอทีโอ 3. นายเปรมชัย กรรณสูตร 4. นางนิจพร จรณะจิตต์ 5. นายธวัชชัย สุทธิประภา 6. นายทาเคมิ โยโกตะ 7. นายชิโร โอซาดะ 8. นายทาดาชิ อุเออารา 9. นายมาซาชิเดะ คุนิโยชิ 10. นายโดมินิค เดลลา แมกกิโอรา 11. นายวรวิทย์ วิสูตรชัย 12. บริษัทแพทริออท บิซิเนส คอนซัลแตนส์ จำกัด 13. นายวรพจน์ ยศะทัตต์ หรือเสี่ยเช

บิ๊กไอทีโอโดนฟ้องกราวรูด

ส่วนผู้ถูกกล่าวหาในความผิดกระทงที่ 2 ประกอบด้วย พ.ต.ท.ทักษิณ นายสุริยะ และนายธีระวัฒน์ ศรีฉัตราภิมุข และคณะกรรมการและพนักงาน บทม. 6 ราย คือ 1. นายศรีสุข จันทรางศุ 2. นายสามารถ ยลภัคย์ 3. นายบัญชา ปัตตนาภรณ์ 4. นายชัยเกษม นิติสิริ 5. นายสมชัย สวัสดีผล 6. นายกมลพงศ์ ชูมณี รวมทั้งกลุ่มนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา 10 ราย คือ 1. กิจการร่วมค้าไอทีโอ 2. นายเปรมชัย กรรณสูตร 3. นางนิจพร จรณะ-จิตต์ 4. นายธวัชชัย สุทธิประภา 5. นายทาเคมิ โยโกตะ 6. นายชิโร โอซาดะ 7. นายทาดาชิ อุเออารา 8. นายมาซาชิเดะ คุนิโยชิ 9. บริษัทแพทริออท บิซิเนส คอนซัลแตนส์ จำกัด 10. นายวรพจน์ ยศะทัตต์





Data & Image By : http://www.thairath.co.th/offline.php?section=hotnews&content=89821

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สังเวยความจน กรอกพิษ ตายยกครัว5ศพ [16 พ.ค. 51 - 04:10]
ถ้าบ้านเมืองมีขื่อแป ประชาชนมีความสุข [16 พ.ค. 51 - 04:35]
บึมถล่มทหาร ชุดคุ้มครองครู [16 พ.ค. 51 - 04:45]
3ศพดับปริศนา ในเรือสินค้า! [16 พ.ค. 51 - 04:41]
ศาลฎีกาเลื่อน คดีหวยบนดิน [15 พ.ค. 51 - 04:18]
:: รวบรวม ข่าว อ่านข่าว ข่าววันนี้ ข่าวการเมือง ข่าวบันเทิง ข่าวกีฬา ข่าวธุรกิจ

ความคิดเห็นที่ 4

lottary




ismail - 2009-05-11 03:39:30

ความคิดเห็นที่ 3

ตื่นเถิดคนไทย.... ครั้งที่อาณาจักรศรีวิชัยเจริญรุ่งเรืองเมื่อ 1200 ปีก่อน ศูนย์กลางความเจริญอยู่ที่เกาะสุมาตราประเทศอินโดนีเซีย สังคมในแถบหมู่เกาะอินโดจีนอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขด้วยเหตุและผล เชื่อถือความเป็นจริง ยอมรับในความเป็นธรรมชาติ ถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน จนกระทั่งเมื่อมีลัทธิหมาล่าเนื้อนับถือในพระเจ้าที่พิสูจน์ตัวตนไม่ได้ เผยแพร่เข้ามาในพื้นที่แถบนี้ ผู้คนต่างงมงายศรัทธาในพระเจ้าที่ไม่มีตัวตน อธิบายเหตุผลไม่ได้ สังคมก็เริ่มเปลี่ยนแปลงแก่งแย่งชิงดี รบราฆ่าฟันกันเพื่อสังเวยพระเจ้าของตนเอง โดยอ้างว่าถ้าฆ่าฟันกันเพื่อความเชื่อทางลัทธิจะไม่บาป เที่ยวเผยแพร่ลัทธิรุกรานเอาเปรียบคนอื่นเขาไปทั่ว เป็นลัทธิที่โง่และเห็นแก่ตัวจริง ๆ เจ้าลัทธิจะหลอกอย่างไรก็เชื่อไปหมด เชื่อแม้กระทั่งให้ทำร้ายตัวเองเพื่อสังเวยพระเจ้าจะได้บุญก็เชื่อ ปรัชญาหลักของลัทธิคือกดหัวผู้คนไม่ให้ฉลาด ไม่ให้ใช้ความคิดเป็น เผยแพร่ความโง่ไปเรื่อย ๆ ก้าวร้าวฆ่าฟันกันไม่รู้หยุดรู้หย่อน แม้ไม่มีศัตรูต่างลัทธิจะฆ่าฟัน ก็ฆ่าฟันกันเองในลัทธิที่ต่างคนสอน แผ่นดินหาความสงบสุขไม่ได้ สภาพสังคมภายใต้ลัทธิก็เอาเปรียบกดขี่กันเอง มนุษย์ผู้ชายอ้างว่าเป็นตัวแทนของพระเจ้าไม่ต้องทำมาหากิน คิดแต่เรื่องรบราฆ่าฟันกันเพื่อสังเวยพระเจ้า กดขี่สตรีเพศให้ทำงานเลี้ยงสามี ผู้ชายสามารถหาผู้หญิงมาปรนเปรอทางเพศได้ถึง 4 คน แต่ผู้หญิงทำไม่ได้ เป็นยุทธศาสตร์ของลัทธิก้าวร้าว ที่ต้องการรุกรานต่อสังคมชาวโลก ถ้าเป็นผู้ชายฝ่ายศัตรูฆ่าให้ตาย แล้วยึดผู้หญิงมาทำเมียเพื่อกลืนลัทธิ แผ่นดินแถบอินโดจีนที่เคยอยู่กันอย่างสงบสุขด้วยเหตุด้วยผล ด้วยความจริงของธรรมชาติ ก็ต้องมาหวาดผวากลัวการก่อการร้ายของลัทธิอุบาทว์ที่กำลังพยายามแบ่งแยกดินแดนทางภาคใต้ของไทย แล้วทำไมคนไทยไม่ช่วยกันขจัดลัทธิอุบาทว์ชาติชั่วออกไปจากแผ่นดินไทย

ลัทธิก้าวร้าว - 2008-08-21 13:05:31

ความคิดเห็นที่ 2

นบีมูฮัมมัดอาจารย์สอนผู้ชาญฉลาดต้องการสอนให้คนในสังคมมุสลิมอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข โดยการฆ่าฟันคนอื่น(จีฮัด)เพื่อสังเวยอัลลอฮ์ (บ้าหรือเปล่า) เราเชื่อมั่นในความสมดุลองธรรมชาติ เมื่อไปฆ่าเขา เขาก็มาฆ่าเรา เมื่อเบียดเบียนผู้อื่น ผู้อื่นก็เบียดเบียนตอบ ไม่ได้ไปเฝ้าอัลลอห์ที่ไหนหรอก การเบียดเบียนผู้อื่นแล้วได้บุญมีที่ไหนในโลก ในทางกลับกันคุณจะไม่ถูกคนอื่นเบียดเบียนเพื่อให้ผู้นั้นเขาได้บุญบ้างเหรอ อย่าโง่ไปนักเลย

ปุถุชน - 2008-08-21 12:57:12

ความคิดเห็นที่ 1

มูลเหตุแห่งความรุนแรงทางภาคใต้ของไทย เพราะการมอมเมาชักจูงสาวกของนายมูฮัมมัด ที่พยามยามยัดเยียดความคิดวิธีแก้ปํญหา ด้วยความรุนแรงจากการทำสงครามทางศาสนา โดยใช้อาวุธ ประกอบกับมีคนในพื้นที่ พยายามบิดเบือนประวัติศาสตร์ให้การต่อสู้เพื่อแบ่งแยกดินแดนเป็นการต่อสู้ทางศาสนา แล้วนายมูฮัมมัดคือใครกันแน่ นายมูฮัมมัดก็เป็นมนุษย์ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง ที่ใช้ความเป็นหนุ่มรูปงาม อายุน้อย ผูกมัดใจสาวใหญ่สูงอายุผู้มั่งคั่ง เพื่อการดำรงชีพ แล้วขอแต่งงานด้วย เพื่อครอบครองทรัพย์นำไปเป็นประโยชน์แก่ตนเอง หรือจะพูดอีกนัยหนึ่งว่า “ เกาะเมียกิน ” ก็ได้ จึงกลายมาเป็นลักษณะนิสัยของหนุ่มมุสลิมทั่วไปในปัจจุบัน
เพราะการที่ท่านศาสดามูฮัมมัดมีเมียแก่ แต่ไม่ค่อยจะมีความสุขในครอบครัว ไม่พอใจในชีวิตการครองคู่แบบผัวเดียวเมียเดียว จึงกำหนดกฎเกณฑ์ให้ผู้ชายมุสลิมมีเมียได้ ๔ คน
แต่พอมีเมียคนใหม่เป็นเด็กอายุน้อย ๆ ตั้งแต่คนที่ ๒ ก็เกิดความหวงแหนกลัวเมียเด็กจะไปปันใจให้ชายอื่นที่หนุ่มกว่า จึงบังคับให้เมียเด็กคลุมหน้าคลุมตา ไม่ให้ผู้ชายคนอื่นมองเห็นความงดงามของเมียน้อยตัวเอง และเพื่อมิให้เป็นข้อครหา จึงกำหนดกฎเกณฑ์ให้ผู้หญิงมุสลิมทุกคนต้องคลุมหัวปิดหน้า
ท่านศาสดาเป็นคนที่มีอีโก้สูง อยากโดดเด่นเหนือคนอื่น จึงคิดหาวิธีการตั้งตนเป็นใหญ่ด้วยการจัดตั้งลัทธิความเชื่อในพระเจ้าองค์เดียวกัน คือ “ อัลเลาะฮ์ ” และการที่ทุกคนจะติดต่อกับอัลเลาะฮ์ ได้ ก็จะต้องติดต่อผ่านท่านศาสดามูฮัมมัดเท่านั้น คนอื่น ๆ ไม่เก่ง ไม่บริสุทธิ์ ไม่ดีเลิศเท่าท่านศาสดา ความคิดนี้ จึงไปขัดแย้งกับสาวกของพระเจ้าองค์อื่น ๆ ที่พวกเขานับถือกันอยู่ ซึ่งถือเป็นเผด็จการทางความคิดนั่นเอง จึงเกิดสงครามต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่ในการครอบครอง “ หินกาบะห์ ” สถานที่ศักด์สิทธิ์ของพระเจ้าหลายองค์ในขณะนั้น
การต่อสู้ทางความคิด และสงครามทางอาวุธ ของท่านศาสดามูฮัมมัดในระยะแรก พ่ายแพ้ยับเยิน ต้องหลบหนีหัวซุกหัวซุน ถูกตามล่าจนแทบเอาชีวิตไม่รอด จึงหาวิธีปลุกระดมมวลชน สาวกกลุ่มใหม่ให้ยอมสละชีวิตร่างกายในการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของตัวท่านมูฮัมมัดเอง แต่อ้างว่าเป็นโองการจากอัลเลาะห์ ให้การต่อสู้ในครั้งนั้น เป็นการต่อสู้ทางศาสนา โดยกำหนดหลักการที่ว่า การเบียดเบียนทำร้ายผู้อื่น ที่มีความเชื่อแตกต่างไปจากพวกของศาสดามูฮัมมัดไม่ผิด และจะได้บุญ ได้ไปพบกับอัลเลาะฮ์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นพระเจ้าผู้วิเศษ ศักดิ์สิทธิ์ให้คุณให้โทษ สร้างและทำลาย ให้พรและสาปแช่ง ต่อมวลมนุษย์ สัตว์ สิ่งของ ที่มีในโลก และนอกโลก ( ทุกอย่างเป็นประสงค์ของอัลเลาะฮ์ )
แท้จริงความหมายของ “ อัลเลาะฮ์ ” ก็คือ “ ความเป็นจริงของธรรมชาติ” ( ผลย่อมเกิดแต่เหตุปัจจัยที่เหมาะสม ) แต่ศาสดามูฮัมมัด ได้กำหนดความหมายให้เห็นเป็นรูปธรรมว่า “ อัลเลาะฮ์ ” เป็นองค์เทวะผู้วิเศษที่จะบันดาลอะไรก็ได้ตามคำร้องขอของท่านศาสดามูฮัมมัด ผู้ติดต่อกับอัลเลาะฮ์ได้โดยตรงเพียงคนเดียวเท่านั้น
เมื่อศาสดามูฮัมมัดชนะสงครามทางความเชื่อ ตั้งตัวเป็นศาสดาของศาสนาอิสลามแล้วจึงกำหนดกฎของอัลเลาะฮ์ขึ้นเป็นหลักความคิดความเชื่อของศาสนาอิสลาม ซึ่งเป็นเผด็จการทางความคิด คล้ายกับพรรคคอมมิวนิสต์ทั่วโลก คือ........
มุสลิมต้องเชื่อในพระเจ้าองค์เดียว ( อัลเลาะฮ์ ) โดยผ่านทางศาสดามูฮัมมัดคนเดียว เช่นเดียวกับสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ต้องเชื่อในอุดมการณ์ของพรรคโดยผ่านคนของพรรคเท่านั้น
ทั้งมุสลิมและสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ ห้ามสงสัยในคำสอน ห้ามสงสัยในคำสั่งของพรรค ต้องอุทิศร่างกาย และชีวิตแด่ศาสดา หรือพรรค
กฎของพรรคคอมมิวนิสต์ เปรียบเสมือนเป็นโองการของศาสดา ที่กำหนดเป็นคำภีร์ ( กุรอาน ) ที่ต้องเชื่อและปฏิบัติตามหนทางเดียว
นบีมูฮัมมัด เป็นเจ้าของกฎเกณฑ์ความคิดความเชื่อ และหลักการทางศาสนา เช่นเดียวกับ มาร์ค – เลนิน เป็นเจ้าของแนวคิดและอุดมการณ์ของพรรคคอมมิวนิสต์เหมือนกัน
หลักการความเชื่อของพรรคคอมมิวนิสต์ ก็คือหลัก ความคิด ความเชื่อของอิสลาม

มูฮัมมัดเมืองไท - 2008-08-21 11:13:42



โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. ห้ามใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับ ThaiRSSFeed และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ThaiRSSFeed ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ

แสดงความคิดเห็น
Name :
(ชื่อ-Email)
*
Comment :
(ความคิดเห็น)
*
Security Code :
(รหัสรักษาความปลอดภัย)

*
กรุณากรอกตัวเลข 5 หลัก ที่ท่านเห็น หากอ่านไม่ออก หรือ มองไม่เห็นกรุณากดปุ่ม F5

Jobs : หางาน | สมัครงาน | สมัคงาน | งาน | รับสมัครงาน | หาคนทำงาน หาพนักงาน หาคนงาน | งานราชการ | งาน Part-Time   Entertainment : เกมส์ | อ่านข่าว
ข่าว : ข่าวการเมือง | ข่าวอาชญากรรม | ข่าวต่างประเทศ | ข่าวธุรกิจ | ข่าวหุ้น | ข่าวยานยนต์ | ข่าวเทคโนโลยี | ข่าวเกมส์ | ข่าวกีฬา | ข่าวบันเทิง | ข่าวท่องเที่ยว | ข่าวการศึกษา | ข่าวหางาน สมัครงาน | ข่าวดวงชะตา/ดูดวง