แสดงมาแล้ว 96 วัน
ภายหลังจากนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีไทยและ รมว.กลาโหม เดินทางไปพบ พล.อ.เต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีพม่า เมื่อวันที่ 14 พ.ค. เจรจาให้พม่ายอมรับความช่วยเหลือจากนานาชาติทั่วโลก ในการที่จะกอบกู้ ให้พม่าพ้นจากภาวะวิกฤติ หลังถูกพายุไซโคลนนาร์กีส พัดถล่มสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิรวดี และกรุงย่างกุ้งมาแล้ว 13 วัน กลืนชีวิตชาวพม่าเกือบ 4 หมื่นศพ สูญหายอีกเกือบ 3 หมื่นคน แต่ผู้นำพม่ายังยืนกรานว่า สามารถฟื้นฟู ประเทศได้โดยไม่ต้องพึ่งพานานาชาติ แต่อนุญาตให้ทีมแพทย์พระราชทานของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เข้าไปรักษาผู้ประสบภัยเท่านั้น ขณะ ที่ชาวพม่าอีกกว่า 2.5 ล้านคน ยังอยู่ในภาวะอดอยากหิวโหยไร้ที่อยู่ที่อาศัย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ว่า จนถึงขณะนี้นานาชาติยังไม่สามารถกดดันให้รัฐบาลทหารพม่า รับเจ้าหน้าที่กู้ภัยและบรรเทาทุกข์ชาวต่างชาติได้ ขณะที่หน่วยงานกาชาดสากลประเมินครั้งใหม่ว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากไซโคลนอยู่ระหว่าง 68,883-127,990 ศพ หรืออาจถึง 128,000 ศพ ส่วนยอดผู้ที่ต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนสูงถึง 1.64-2.51 ล้านคน แต่พม่าระบุว่ายอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 38,491 ศพ สูญหาย 27,838 คน ส่วนองค์กรบรรเทาทุกข์นานาชาติ เตรียมจัดส่งความช่วยเหลือเข้าสู่พม่าอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งวัสดุก่อสร้างที่พักอาศัยชั่วคราว ข้าว น้ำดื่ม เครื่องครัว เวชภัณฑ์ ไปจนถึงชุดเซรุ่ม รักษางูพิษกัดอย่างน้อย 2,000 ชุด
นับจากเกิดเหตุ รัฐบาลพม่าจำกัดให้เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ต่างชาติไม่กี่คน เข้าสู่กรุงย่างกุ้งและไล่ชาวต่างชาติออกจากบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิรวดี อ้างว่าทางการพม่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ด้วยตนเอง ส่วนนายสก็อต มาร์ซีล เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำยูเอ็นเผยว่า รัฐบาลพม่าอนุญาตให้ผู้เชี่ยวชาญด้านบรรเทาทุกข์จากชาติเพื่อนบ้านเข้าสู่พม่าได้แล้ว แต่ยังไม่แน่ชัดว่าจะยอมให้เข้าไปบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิรวดีหรือไม่ ขณะที่ยูเอ็นและองค์กรบรรเทาทุกข์ อื่นๆ เตือนว่า จะมีผู้ล้มตายอีกมหาศาล ถ้าพม่าไม่เปิดให้ทีมบรรเทาทุกข์ต่างชาติ เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในช่วงนี้มีฝนตกหนักในเขตภัยพิบัติ ขณะที่หนังสือพิมพ์ นิว ไลท์ ออฟ เมียนมาร์ กระบอกเสียงรัฐบาลทหารพม่ายืนยันเมื่อวันที่ 15 พ.ค.ว่า ทางการพม่าสามารถปฏิบัติการบรรเทาทุกข์ได้ด้วยตนเอง ชาวพม่าน้อมรับความช่วยเหลือใดๆ จากต่างชาติด้วยความสำนึกในบุญคุณไม่ว่าจะมีจำนวนเท่าใด แต่จะไม่พึ่งพาความช่วยเหลือต่างชาติมากเกินไป จะเร่งฟื้นฟูประเทศด้วยตนเองเป็นหลัก
นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน เผยที่กรุงวอชิงตันดี.ซี. สหรัฐฯ เมื่อ 14 พ.ค.ว่า อาเซียนตกลงจะเป็นผู้นำในการก่อตั้ง พันธมิตรแห่งความเมตตา เพื่อระดมความช่วยเหลือสู่ผู้ประสบภัยพิบัติในพม่า เพราะวิธีการอื่นไม่ได้ผล ตนเข้าใจที่นานาชาติคับข้องใจที่อาเซียนตอบสนองวิกฤตการณ์ในพม่าชักช้า แต่ขอให้ อดทน และรัฐบาลพม่าตกลงออกวีซ่าให้ทีมประเมินสถานการณ์เร่งด่วนของอาเซียนเข้าสู่พม่าได้ โดยบางคนเข้าไปในพม่าแล้ว อีกหลายคนกำลังจะตามเข้าไป
นายบัน กี มูน เลขาธิการยูเอ็น เรียกร้องให้ นานาชาติเปิดประชุมฉุกเฉินเพื่อหาทางช่วยเหลือพม่า และเผยว่าจะส่งนายจอห์น โฮล์มส์ รองเลขาธิการยูเอ็นฝ่ายกิจการประสานงานด้านมนุษยธรรม (OCHA) เข้าสู่พม่าในไม่กี่วันข้างหน้า เพื่อพยายามโน้มน้าวให้พม่า เปิดรับบุคลากรกู้ภัยและบรรเทาทุกข์ต่างชาติ ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ เผยว่า รัฐบาลพม่าตอบตกลงด้วยวาจาที่จะให้สหรัฐฯ ส่งเครื่องบินลำเลียงเครื่องบรรเทาทุกข์แบบซี-130 อีก 5 ลำเข้าสู่พม่า หลังส่งเข้าไปแล้ว 8 ลำ ใน 3 วันที่ผ่านมา แต่ยังพยายามขอส่งเฮลิคอปเตอร์ เข้าไปหย่อนเครื่องบรรเทาทุกข์ในเขตภัยพิบัติ แต่ยังไม่ได้รับอนุญาต รัฐบาลสหรัฐฯเผยด้วยว่าจะส่งความช่วยเหลือฉุกเฉินให้พม่าอย่างต่อเนื่อง แม้จะวิตกกังวลว่ารัฐบาลทหารพม่าจะยึดความช่วยเหลือไว้เอง หรือถูกยักยอกจนตกไม่ถึงมือผู้ประสบภัย
กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) เผยว่า เมื่อถึงวันเปิดภาคเรียนใน 1 มิ.ย.นี้ เด็กนักเรียนจำนวนมากในพม่า อาจต้องเข้าเรียนตามค่ายบรรเทาทุกข์และเต็นท์ที่พักชั่วคราว เพราะโรงเรียนในเขตภัยพิบัติถึง 85% ถูกทำลายหรือเสียหายหนัก รวมทั้งโรงเรียนประถมกว่า 2,700 แห่ง ซึ่งมีนักเรียนกว่า 350,000 คน นอกจากนี้ ยังมีปัญหาครูขาดแคลนเพราะเสียชีวิตจากไซโคลนนาร์กีส พระสงฆ์หลายรูปในเขตภัยพิบัติให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอเอฟพีว่า ทางการพม่ากวาดต้อนโยกย้ายผู้รอดชีวิตจากไซโคลน ที่เข้าไปอาศัยอยู่ตามวัดและโรงเรียนต่างๆ ขึ้นรถบรรทุกและเรือไปไว้ที่ค่ายที่พักชั่วคราว ในเมืองหม่องเมียะและปาเธียน ทำให้เหลือผู้หลบภัยอยู่ตามวัดและโรงเรียนในเมืองลาบุตตาบนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิรวดี แค่ราว 20,000 คน จากเดิมกว่า 80,000 คน และน่าเป็นห่วงว่าผู้ประสบภัยเหล่านี้ มีอาหารและน้ำดื่มเพียงพอหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าชาวบ้านถูกบังคับใช้แรงงานหนักตามค่ายผู้ประสบภัยต่างๆในเมืองโบกาเลย์ โดยแทบไม่ได้รับค่าจ้างและได้รับอาหารเพียงน้อยนิด
ด้านองค์กรอุตุนิยมวิทยาโลกแห่งสหประชาชาติ (WMO) และศูนย์วิเคราะห์ซีกโลกเหนือ (NHAC) ในอินเดียแถลงเตือนว่า ตรวจพบหย่อมความกดอากาศต่ำขนาดใหญ่ ระหว่างชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้พม่าไปจนถึงอ่าวมะตะบัน ในมหาสมุทรอินเดีย และภายใน 3-4 วัน อาจกลายเป็นพายุดีเปรสชัน แต่ยังไม่สามารถพยากรณ์ได้ว่า จะทวีความรุนแรงเป็นพายุไซโคลนหรือไม่ ทั้ง NHAC และ WMO กำลังเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด และพบว่าเมื่อ 15 พ.ค. หย่อมความกดอากาศต่ำดังกล่าว ทอดตัวอยู่ทางตะวันออกตอนกลางของอ่าวเบงกอล ประชิดกับชายฝั่งพม่า ทำให้เกิดเมฆปานกลางถึงหนาทึบซึ่งจะก่อให้เกิดฝนฟ้าคะนองบริเวณชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของพม่า ชายฝั่งอาระกันตอนใต้ ตอนเหนือของทะเลอันดามันเหนือ และอ่าวมะตะบัน คาดว่าใน 48 ชม.ข้างหน้าจะทำให้เกิดฝนตกค่อนข้างหนัก ซึ่งจะทำให้ปฏิบัติการบรรเทาทุกข์ยากลำบากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม องค์กร USAID ของสหรัฐฯ เผยว่า มีความเป็นไปได้น้อยมากที่จะเกิดพายุไซโคลน ตามรายงานของศูนย์ร่วมเตือนภัยไต้ฝุ่นก่อนหน้านี้ เพราะหย่อมความกดดันอากาศต่ำอ่อนกำลังลงแล้ว แต่ฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องจะทำให้เกิดน้ำท่วมขังในเขตภัยพิบัติมากกว่า
เอเอฟพียังเผยว่า หลังเกิดไซโคลนนาร์กีส โหรหรือหมอดูในพม่าหลายคนทำนายว่า จะเกิดภัยพิบัติขึ้นอีก โดยนางขิ่น มินต์ เมียต หมอดูชื่อดังซึ่งบ้านของเธออยู่ตรง ข้ามเจดีย์ชเวดากองและได้รับความเสียหายจากไซโคลนระบุว่า ปีนี้ (ค.ศ.2008) เป็นปีที่มี 3 ปัจจัยเลวร้ายรวมกัน คือดาวอังคารอันตราย ดาวเคราะห์มืดโคตู และผลพวงด้านร้ายจากน้ำ นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดไซโคลนนาร์กีสถล่มพม่าและแผ่นดินไหวรุนแรง 7.9 ริกเตอร์ ที่มณฑลเสฉวนของจีน และจะยังมีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นอีกในปีนี้ จะมีหายนภัยทางธรรมชาติอีก อาจเป็นพายุหรือแผ่นดินไหวรุนแรงในพม่า หรือในทวีปเอเชียก่อนสิ้นปีนี้
เอเอฟพีเผยด้วยว่า หมอดูมีบทบาทสำคัญยิ่งในชีวิตชาวพม่า ผู้คนมักพึ่งหมอดูในแทบทุกเรื่อง ยิ่งหลังเกิดไซโคลนนาร์กีส ผู้คนยิ่งหลั่งไหลไปพึ่งหมอดู เพื่อให้ชี้ทางเริ่มต้นชีวิตใหม่ นายมิน เธียนคา หมอดูชื่อดังวัย 70 ปี แห่งเมืองฮมอว์บีเผยว่า ต้องรับลูกค้าถึงวันละกว่า 200 ราย บางรายดั้นด้นมาจากเขตภัยพิบัติ เขาชี้ว่า ไซโคลนนาร์กีส เป็นส่วนหนึ่งของสมดุลแห่งกรรมของจักรวาล ในทางโหราศาสตร์ภัยพิบัติเลี่ยงได้ยาก สิ่งที่เราทำได้คือสวดมนต์ให้เหยื่อไซโคลน ภัยพิบัติร้ายแรงเช่นนี้อาจเกิดขึ้นได้หลังผ่านไปอีก 10 ปี และอาจเกิดขึ้นอีกในค.ศ.2017 ปีนี้อาจมีพายุอีก แต่ไม่ร้ายแรงเท่าครั้งนี้
เอเอฟพีเผยว่า ปีที่ลงท้ายด้วยเลข 8 มีความสำคัญเป็นพิเศษกับพม่า โดยใน ค.ศ.888 ตามจารึกโบราณของพม่าระบุว่า กษัตริย์ 3 พระองค์สิ้นพระชนม์ ส่งผลให้กษัตริย์ทรราชได้ขึ้นครองเมืองนานถึง 20 ปี นอกจากนี้ นายพล เน วิน อดีตผู้นำเผด็จการทหารพม่า ถูกโค่นอำนาจระหว่างการลุกฮือของประชาชนผู้เรียกร้องประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 1988 และหลังการนองเลือดในครั้งนั้น คณะนายทหารรวมทั้งพลเอกอาวุโสตาน ฉ่วย ผู้นำสูงสุดของพม่าในปัจจุบัน ซึ่งประชาชนเกลียดชังก็ยึดอำนาจมา 20 ปีเช่นกัน เขายังสั่งกวาดล้างพระสงฆ์ อย่างโหดเหี้ยม เมื่อเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้คล้ายคลึงกับยุคปี 888 ดังนั้น ชาวพม่าจึงจับตามองวันที่ 8 ส.ค. 2008 ในปีนี้ว่า จะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นในพม่าซ้ำรอยประวัติศาสตร์หรือไม่
ค่ำวันเดียวกัน รัฐบาลทหารพม่าประกาศว่าจะดำเนินการตามกฎหมาย ลงโทษผู้ซื้อขาย กักตุน หรือนำสิ่งของบรรเทาทุกข์จากนานาชาติไปใช้ในทางมิชอบ และสั่งสอบสวนเรื่องนี้ หลังมีข่าวหนาหูว่าข้าวของที่นานาชาติส่งเข้าไปช่วยผู้ประสบภัยถูกนำออกขายในตลาดมืดหรือตลาดปกติอย่างเปิดเผย ส่วนเจ้าหน้าที่กองทัพพม่าก็ฉกฉวยเครื่องบรรเทาทุกข์ของต่างชาติไปใช้เสียเอง และแจกจ่ายอาหารคุณภาพต่ำ ที่ผลิตในประเทศให้ผู้ประสบภัยแทน ด้านกลุ่มสิทธิมนุษยชน ฮิวแมน ไรท์ วอทช์ เรียกร้องให้ประเทศและองค์กรบริจาคต่างชาติเฝ้าสอดส่องการลำเลียงแจกจ่ายความช่วยเหลือในพม่าอย่างใกล้ชิด ป้องกันการฉกฉวยยักยอกของเจ้าหน้าที่พม่า ขณะที่นายกรัฐมนตรีกอร์ดอน บราวน์ ของอังกฤษแถลงว่า สหประชาชาติจะจัดการประชุมฉุกเฉินเรื่องพม่าในเร็วๆ นี้ คาดว่าจะจัดในเอเชีย ส่วนเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศอังกฤษชี้ว่า การตอบสนองรับมือภัยพิบัติในพม่านั้นเลวร้ายที่สุดเท่าที่จดจำกันได้
วันเดียวกัน นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แถลงที่ทำเนียบรัฐบาลว่า หลังจากเดินทางไปพม่าและกลับมาตอนค่ำวันที่ 14 พ.ค. พร้อมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงผลการเดินทางไปพม่า ปรากฏว่ามีสื่อต่างประเทศบางสำนักลงข่าวคลาดเคลื่อน พล.อ.เต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีพม่า ได้ติงตนมาว่า ทำไมข่าวคลาดเคลื่อน แตกต่างจากที่คุยกัน โดยสื่อต่างประเทศไปลงข่าวทำนองว่าการเจรจาเพื่อให้ต่างประเทศเข้าไปช่วยเหลือพม่าล้มเหลว ถูกตอกหน้าหงายกลับมา กลายเป็นว่าตนพูดจาไม่เข้าท่าเลย ดันไปบอกว่า 27 ประเทศขอช่วยแต่พม่าไม่ให้เข้า อย่างนี้สมควรประท้วงหรือไม่ ซึ่งข้อเท็จจริงนั้น 27 ประเทศได้ส่งของเข้าไปช่วยเหลือและพม่าก็ยินดีรับสิ่งของต่างๆ และยินดีให้ช่วยเหลือ เพียงแต่จะไม่รับการช่วยเหลือในการส่งผู้เชี่ยวชาญคนจำนวนมาก เข้าไปช่วยในการเก็บกู้ศพเพราะเขาบอกว่าเขามีศักยภาพสามารถทำเองได้ แต่ก็ยังทยอยเข้าไปดูได้
นอกจากนี้ พม่ายังรับพิจารณาเรื่องที่ตนขอให้นายบัน กี มูน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ และนายอีริค จีจอห์น ทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย เข้าไปดูสถานการณ์ด้วย ทั้งนี้ พม่ายืนยันว่าเขามีระบบกู้ภัย ซึ่งขณะนี้มีคนจำนวน 6 แสนคน ที่เดือดร้อน แต่ก็ได้จัดให้อยู่ในแคมป์ที่จีนส่งมาให้ ส่วนเรื่องอาหารนั้นเขาบอกว่าอาหารค่อนประเทศไม่เสียหาย
ขณะที่ต่างประเทศคาดการณ์อยู่ข้างนอกว่า คนตายต้องมโหฬาร หรือเกือบแสน และคนที่ยังไม่ตายก็อาจจะตาย เพราะอดอยาก เพราะอาหารไปไม่ถึงและทางอเมริกันกลัวว่าของที่ส่งไปให้จะไม่ถึงมือประชาชนอเมริกันที่เข้าไป ก็ให้ พล.อ.นิพัฒน์ ทองเล็ก เจ้ากรมชายแดน เจรจาความ พม่าก็บอกว่าไม่ได้ และบอกว่านายกรัฐมนตรีสมัครขอมาเพื่อสัมพันธไมตรี อยากให้อเมริกันเข้าไปหน่อย คือ พล.ร.อ.คีตติ้ง ผู้บัญชาการภาคพื้นแปซิฟิก อยากจะเข้าไป เขาก็ตกลงอนุญาตให้เครื่องบิน 130 ขนของเข้าไป จากนั้นก็ให้เข้าไป 3 ลำ ต่อจากนั้นก็ 2 ลำ แต่การยกผู้เชี่ยวชาญเข้าไปเต็มบ้านเมืองนั้น เขาไม่รับและขอร้องประเทศไทย ที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระเมตตาส่งหมอเข้าไปช่วย แพทย์ ไทยเข้าไปช่วยตามที่รับสั่ง 30 คน ประมาณ 20 ทีมที่เตรียมไว้ป้องกันโรคระบาดด้วย นายสมัครกล่าว
นายสมัครกล่าวอีกว่า พม่าต้องการให้ประชาชนกลับไปทำมาหากิน อยากได้หลังคาสังกะสี ตะปู บ่อน้ำจืด เพราะถูกน้ำทะเลทะลักเข้ามา จึงอยากได้เครื่องสูบเอาน้ำออก และเครื่องมือทำมาหากินคือรถไถเดินตาม ซึ่งรถไถเดินตามสามารถปั๊มน้ำได้ จึงไม่ต้องซื้อเครื่องปั๊มน้ำเพิ่มเพราะสามารถใช้ได้ด้วยกัน ตนกำลังจะหาเงินบริจาคประมาณ 7 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อรถไถเดินตาม และอุปกรณ์ดังกล่าว ซึ่งไม่อยากเอาเงินราชการเพราะเดี๋ยวเป็นปัญหา
ส่วนที่กระทรวงสาธารณสุข นายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข เป็นประธานปฐมนิเทศทีมแพทย์พระราชทาน 32 คน ที่จะเดินทางไปพม่าในวันเสาร์ที่ 17 พ.ค. ด้วยเครื่องซี 130 โดยทั้งหมดได้รับอนุญาตให้อยู่ในพม่าถึงวันที่ 31 พ.ค นอกจากนี้ยังมีแพทย์ พยาบาล และมูลนิธิต่างๆ ลงทะเบียนประสงค์ จะร่วมเดินทางไปพม่าอีกกว่า 100 ราย ซึ่งกระทรวงให้เป็นทีมแพทย์สำรองไว้ก่อน โดยแพทย์ที่เดินทางไปพม่าครั้งนี้ ถือเป็นการเสียสละไปเพื่อช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้าน เป็นตัวแทนของประเทศ ขอให้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ส่วนที่อยู่อาหารการกิน ต้องดูแลและปกป้องตัวเอง
นพ.โม โก อู แพทย์ชาวพม่า ผู้ประสานงานทีมควบคุมและเฝ้าระวังโรค ประจำภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง กล่าวว่า มีรายงานจากสาธารณสุขพม่าว่า ผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่ได้รับความช่วยเหลือ โดยทางการพม่าได้จัดเต็นท์ที่พักพิงชั่วคราวให้ เริ่มมีโรคระบาดเกี่ยวกับทางเดินอาหาร อาทิ บิด ท้องร่วงรุนแรงเฉียบพลัน มีอาการเจ็บปวดตามแขน ขา มีแผลพุพอง น้ำกัดเท้า และมีไข้ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม ความช่วยเหลือของทางการพม่ายังไม่ทั่วถึง ซึ่งในพื้นที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ ทำให้ไม่ทราบว่าประชาชนมีอาการเจ็บป่วยอย่างไรบ้าง ทีมแพทย์ของไทยเป็นประเทศแรกที่พม่าขอความช่วยเหลือ ซึ่งจากนี้จะมีการขอความช่วยเหลือไปยังประเทศจีน อินเดีย และนานาชาติ โดยต้องการแพทย์เพิ่มอีก 160 คน
นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย เผยว่า จากการที่ไทยแอร์เอเชีย ได้ตั้งศูนย์รับบริจาคสิ่งของช่วยเหลือชาวพม่า ที่ประสบภัยพายุนาร์กีสพัดถล่ม ณ เคาน์เตอร์สายการบินไทยแอร์เอเชีย ที่ท่าอากาศยานทุกแห่ง ปรากฏว่า มีผู้นำสิ่งของเครื่องใช้ เสื้อผ้า อาหารแห้ง มาบริจาคจำนวนมาก ซึ่งไทยแอร์เอเชียจะนำส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อไป หากมีหน่วยงานใดต้องการเดินทางไปยังพม่าเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ติดต่อขอความช่วยเหลือด้านการเดินทางได้ที่ โทร. 0-2515-9888 โทรสาร 0-2315-9806 อีเมล์ helpmyanmar@airasia.com ทั้งนี้ ไทยแอร์เอเชียยังไม่ยกเลิกให้บริการในเส้นทางกรุงเทพฯ-ย่างกุ้ง-กรุงเทพฯ แต่อย่างใด
|